Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

โลกออนไลน์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของภัยไซเบอร์ เมื่อมิจฉาชีพเริ่มนำเทคโนโลยี “Agentic AI” หรือ AI อัจฉริยะที่สามารถคิด วิเคราะห์ และทำงานอัตโนมัติ มาใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน จนเกิดเป็นรูปแบบอาชญากรรมไซเบอร์ใหม่ที่ถูกเรียกว่า “Shop Smart Agent”    ลักษณะการทำงานของ Shop Smart Agent   • ร้านค้าออนไลน์ปลอมแบบเรียลไทม์ ระบบ AI จะสร้างหน้าร้านค้าออนไลน์ปลอมขึ้นมา โดยสามารถคิด วางแผน และปรับเปลี่ยนเนื้อหาเพื่อดึงดูดเหยื่อได้โดยอัตโนมัติ • ดักจับข้อมูลทันที (Real-time Attack) เมื่อเหยื่อกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้า AI จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางดึงข้อมูลนั้นไปทำธุรกรรมในต่างประเทศหรือที่อื่นๆ ทันที • ความแนบเนียนสูง ภัยนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีการเงินปลอมแปลงพัฒนาไปจนประชาชนทั่วไปแยกแยะได้ยากขึ้น เพราะ AI สามารถโต้ตอบและประมวลผลการโจมตีได้แบบวินาทีต่อวินาที   ทั้งนี้ กลโกงลักษณะนี้แตกต่างจากมิจฉาชีพออนไลน์แบบเดิม เพราะไม่ได้อาศัยเพียงการส่งข้อความหลอกลวงทั่วไป แต่ใช้ AI ในการเรียนรู้พฤติกรรมของเหยื่อ วิเคราะห์ความสนใจ และตอบโต้ได้แบบอัตโนมัติ เสมือนกำลังพูดคุยกับพนักงานขายจริง   ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่นี้ มักแฝงตัวมาในรูปแบบร้านค้าออนไลน์ โฆษณาสินค้าราคาถูกเกินจริง หรือโปรโมชันพิเศษเฉพาะบุคคล โดย AI จะช่วยสร้างบทสนทนาที่น่าเชื่อถือ ตอบคำถามได้รวดเร็ว และสามารถโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงินหรือกดลิงก์อันตรายได้ง่ายขึ้น   ที่น่ากังวลคือ Agentic AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีพูดคุยตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละคน ทำให้การหลอกลวงมีความแนบเนียน ซับซ้อน และยากต่อการสังเกตมากขึ้นกว่ากลโกงแบบเดิม   ศูนย์ AOC  ขอเตือนว่า ประชาชนควรระมัดระวังการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าที่เสนอราคาถูกผิดปกติ เร่งให้โอนเงิน หรือส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงไม่ควรหลงเชื่อบทสนทนาที่ดู “เป็นธรรมชาติ” มากจนเกินไป เพราะอาจเป็น AI ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะหลอกลวงได้    แนวทางป้องกันตัวเอง คือ   • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าก่อนโอนเงิน หลีกเลี่ยงซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ไม่ระบุชื่อผู้ประกอบการ • หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากข้อความแปลกปลอม • ห้ามให้รหัส CVV (เลข 3 ตัวหลังบัตร) หรือรหัส OTP กับใครหรือหน้าเว็บที่ดูไม่น่าไว้ใจ • ตั้งสติทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมออนไลน์ • ควรตั้งจำกัดวงเงินการใช้จ่ายออนไลน์ไว้ในระดับที่ต่ำ สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้ทันที • หมั่นตรวจสอบ SMS จากแอปพลิเคชันธนาคารอย่างสม่ำเสมอ หากพบยอดใช้จ่ายที่ผิดปกติให้รีบอายัดบัตรทันที   ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีที่ถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวก อาจถูกอาชญากรนำมาใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมได้เช่นกัน การรู้เท่าทันภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ประชาชนทุกคนต้องมี   ---------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,438 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,772 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,772 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. เปิดช่องทางไลน์ฝ่ายงานทะเบียน ให้ประชาชนติดต่อสอบถาม   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง เหตุการณ์ตำรวจบุกจับหนุ่มสาวในเพจกลุ่มลับไลฟ์สด   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน เสี่ยงเป็นโรคอ้วน   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง การดื่มกาแฟตอนเช้า ทำให้ความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง พบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน 3 จุด ในคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด และห้วยตะเข้ เมืองสระบุรี   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบมีการทำถนนบนภูเขา ยาว 6 เมตร ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวต่างชาติ เกาะพะงัน ข่มขู่ สั่งปิด-แจ้งจับคนไทยจัดงานบุญเสียงดัง   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง วันที่ 5 มิ.ย. 69 ทหารไทยจุดไฟเผาบันไดไม้ทางขึ้นสู่ปราสาทคนาของกัมพูชากว่า 1,000 ขั้น   อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง พบสารพิษเกินมาตรฐานในเกษตรกร เป็นผลมาจากสารปนเปื้อนแม่น้ำกก   สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กฟภ. เปิดช่องทางไลน์ฝ่ายงานทะเบียน ให้ประชาชนติดต่อสอบถาม” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่มีบริการผ่านช่องทางไลน์ฝ่ายงานทะเบียน เพื่อรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง หรือธุรกรรมด้านอื่น ๆ โดยขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าอย่าหลงเชื่อบุคคลหรือผู้แอบอ้างให้แอดไลน์ดังกล่าว เพื่อลงทะเบียนทำธุรกรรมหรือรับข่าวสารเด็ดขาด และอย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้แอบอ้าง   ทั้งนี้ กฟภ. มี LINE @peathailand เป็น LINE Official Account อย่างเป็นทางการ ที่มีโล่สีเขียวเท่านั้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามผ่านโทร 1129 PEA Contact Center หรือกฟภ.ในพื้นที่   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------------------------

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำหน้าที่เป็นประธานการหารือกับผู้แทนสหภาพยุโรป นาย Alessandro Martinatto ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินทุนและการลงทุนโดยภาคเอกชน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องจาก สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานและนโยบายด้านดิจิทัลของกระทรวงดีอี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย รวมถึงโอกาสการลงทุนด้านดิจิทัลของบริษัทจากยุโรป และมาตรการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือด้านดิจิทัลของประเทศไทย และบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนใน Thailand Digital Valley ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ของประเทศไทย

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.