Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                 นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ณ จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด สำนักงานบริการลูกค้า ทีโอที สำนักงานบริการลูกค้า กสท โทรคมนาคม และสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการสำคัญ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน อาทิ โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2563 โครงการเน็ตประชารัฐ-เน็ตอาสาประชารัฐ โครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce งานด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในจังหวัดอ่างทอง เป็นต้น จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ณ โรงเรียนวัดม่วงคัน ตำบลม่วงคัน อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งศูนย์ฯ ดังกล่าวมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการใช้ประโยชน์ทั้งในการเรียนการสอนเด็กนักเรียน และการจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ให้กับประชาชนในชุมชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่วัดม่วงคันได้ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของวัดให้แก่ประชาชนได้รับทราบเป็นประจำด้วย อีกทั้งได้พบปะพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน 3 หมู่บ้าน (ม.2 ม.3 และ ม.4) ซึ่งเป็นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ณ จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ หมู่ 3 บ้านหัวงิ้ว ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยพบว่าจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลากลางหมู่บ้านที่มีความเหมาะสมและสะดวกในการใช้บริการของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งคนในชุมชนใช้ประโยชน์ในการเป็นช่องทางการขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ อาทิ ตะกร้าหวาย เป็นต้น   *****************

           นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ณ จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด สำนักงานบริการลูกค้า ทีโอที  สำนักงานบริการลูกค้า กสท โทรคมนาคม และสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการสำคัญ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน อาทิ โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2563 โครงการเน็ตประชารัฐ-เน็ตอาสาประชารัฐ โครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce งานด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในจังหวัดอ่างทอง เป็นต้น จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ณ โรงเรียนวัดม่วงคัน ตำบลม่วงคัน อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งศูนย์ฯ ดังกล่าวมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการใช้ประโยชน์ทั้งในการเรียนการสอนเด็กนักเรียน และการจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ให้กับประชาชนในชุมชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่วัดม่วงคันได้ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของวัดให้แก่ประชาชนได้รับทราบเป็นประจำด้วย อีกทั้งได้พบปะพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน 3 หมู่บ้าน (ม.2 ม.3 และ ม.4) ซึ่งเป็นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ณ จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ หมู่ 3 บ้านหัวงิ้ว ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยพบว่าจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลากลางหมู่บ้านที่มีความเหมาะสมและสะดวกในการใช้บริการของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งคนในชุมชนใช้ประโยชน์ในการเป็นช่องทางการขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ อาทิ ตะกร้าหวาย เป็นต้น






                นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เสริมสร้างความรู้ในเรื่องการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงาน” ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ในเรื่องการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นไปตามโครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นมาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐที่ทุกหน่วยต้องดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ                    สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลด และคัดแยกขยะมูลฝอย และมีวินัยในการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ลดกล่องโฟมบรรจุอาหาร และลดแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ด้วย 5 วิธี ดังนี้  1. พกถุงผ้าใช้แทนถุงพลาสติก 2. พกกล่องใส่อาหาร ใช้แทนกล่องโฟม 3. พกแก้วน้ำใช้แทนแก้วพลาสติก 4. ใช้วัสดุซ้ำตามความเหมาะสม แทนการใช้ครั้งเดียว 5. คัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ                เชื่อว่ากิจกรรมครั้งนี้ ทำให้พนักงาน ข้าราชการของกระทรวงฯ ร่วมกันรับผิดชอบในการทำให้ปริมาณขยะมูลฝอย ในหน่วยงาน “ลดลง” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม ชุมชน ประชาชน และประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชนได้ รวมถึงมีความตระหนักในการทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อลดภัยสิ่งแวดล้อม “โดยเริ่มวันนี้ที่ตัวคุณ” ณ บริเวณหน้าห้องประชุม 803 ชั้น 8 ศูนย์ราชการฯ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563    *************






                กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โชว์ระบบการประชุมทางไกล CAT Conference รองรับการประชุมออนไลน์พร้อมกัน 5 พันคน หนุนมาตรการให้หน่วยงานรัฐทำงานจากบ้าน (Work from Home) เพิ่มทางเลือกจากความร่วมมือกับเอกชนก่อนหน้านี้ อัพเดทล่าสุดกว่า 200 ส่วนราชการลงทะเบียนใช้ระบบ Work from Home ขานรับมติ ครม. ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19                  ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้กล่าวรายงานความคืบหน้ามาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในส่วนของมาตรการยับยั้งการระบาดภายในประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1. การให้บริการ Work from Home (WFH) สำหรับหน่วยงานรัฐ 2. การจัดการระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ 3. การเตรียมการรองรับการจัดประชุมทางไกลออนไลน์ (Web Conference)                    โดยล่าสุด ดีอีเอส โดย บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) โทรคมนาคม ได้จัดเตรียมระบบประชุมทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web Conference) ในชื่อบริการ CAT Conference สามารถรองรับผู้เข้าร่วมการประชุมพร้อมกันได้มากสูงสุดถึง 5,000 คน และมีระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ขนาดใหญ่ ที่รองรับการทางานที่บ้านและมีความพร้อมใช้งานได้ในทันที ซึ่งจะเป็นอีกระบบสนับสนุนที่สำคัญสำหรับมาตรการทำงานจากบ้าน (WFH) ของข้าราชการและรัฐวิสากิจตามมติ ครม. รองรับการปฏิบัติงานของราชการที่มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ                    ทั้งนี้ CAT Conference ได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกทุกการประชุม ให้ความเชื่อมั่นเรื่องความเสถียรของระบบ รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ผู้ร่วมประชุมสามารถเห็นภาพ ฟังเสียง และเสนอเอกสารการประชุม ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานด้วยมีฟังก์ชั่นเชิญประชุมผ่านอีเมล์ โดยการแจ้ง access link ที่ใช้ในการประชุมและรหัสผ่านให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม สามารถออกจดหมาย เชิญเข้าร่วมประชุมแบบมาตรฐาน เชื่อมกับ Microsoft Outlook และรองรับการแจ้งเตือนด้วยระบบปฏิทินของ Microsoft Outlook                    รวมทั้งมีระบบ Polling โดยผู้เข้าร่วมประชุมสามารถสร้างแบบสอบถามได้เอง และให้มีการลงมติในที่ประชุม พร้อมรายงานแสดงผลการลงมติ บันทึกภาพและเสียงการประชุมได้ในรูปแบบ MP4 และ MP3 คลิกไปใช้บริการได้ที่ www.catconference.com ผ่านอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์ ไอแพ็ด ไอโฟน และแท็บเล็ตรุ่นที่กำหนด ดาวน์โหลดแอพผ่าน PlayStore และ AppStore สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 1322                    ก่อนหน้านี้ ดีอีเอส ได้เปิดตัวร่วมกับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น 4 ราย ที่สนับสนุนระบบการประชุมออนไลน์ (e-meeting) หรือวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ได้แก่ แอพพลิเคชั่น Webex ของซิสโก้, Microsoft Team จากไมโครซอฟท์, Hangouts ของกูเกิล และแอพพลิเคชั่นไลน์ ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายและการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ทั้ง 6 ราย ได้แก่ CAT, TOT, AIS, TRUE, DTAC และ 3BB พร้อมให้การสนับสนุนโดยยกเว้นค่าบริการในการใช้งานอินเทอร์เน็ตระหว่างใช้งานแอพพลิเคชั่นดังกล่าว (ระยะเวลา 30 วัน)                    ในส่วนของแนวทางการทำงานของหน่วยงานของรัฐในช่วง WFH สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ภายใต้สังกัดดีอีเอส ได้ประกาศแนวทางเพื่อให้แต่ละหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม ครอบคลุม 2 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย                    1. การจัดการระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนคือ ใช้ e-Mail เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการทำงานรองรับการใช้งานทั้งระหว่างหน่วยงานและภายในหน่วยงาน, ใช้ MailGoThai ที่ลงทะเบียนไว้กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เป็นสื่อกลางจัดเก็บข้อมูลการส่งและรับ, แค่แนบหนังสือในรูปแบบไฟล์ PDF พร้อมใส่เนื้อหาของหนังสือในรูปแบบ Text ในเนื้อ e-Mail พร้อมเน้นย้ำว่า ต้องไม่ใช้แนวทางนี้กับหนังสือที่มีชั้นความลับ                   2. การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องไม่ใช้กับการประชุมตามกฎหมาย (กรณีการประชุมตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามประกาศ คสช. ที่ 74/2557), ใช้กับการประชุมทั่วไป เช่น การหารือ/ขอความเห็นระหว่างหน่วยงาน มี Checklist สำคัญที่ต้องมีสำหรับการประชุม เช่น การแสดงตน การออกลงคะแนนในแบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ใช้กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีชั้นความลับ ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02 123 1234                   “ดีอีเอส มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นหน่วยงานหลัก ในการประสานงานและให้คำปรึกษาเบื้องต้นกับหน่วยงานที่ต้องการใช้ และสามารถแจ้งความประสงค์ที่จะใช้งาน โดยเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ www.onde.go.th”                  ทั้งนี้ จากรายงานของ สดช. ระบุว่า ล่าสุดมีหน่วยงานลงทะเบียน ขอใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ร่วมให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม work from home ของหน่วยงานรัฐแล้ว 290 หน่วยงาน รวมจำนวนผู้ขอใช้งาน 294,958 ราย (ข้อมูลอัพเดท วันที่ 25 มีนาคม 2563) มีหน่วยงานที่ใช้ระบบแล้ว ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลฯ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02 141 7010 หรือ E-mail: workfromhome@onde.go.th                  “ดีอีเอส ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีด้านข้อมูล การชี้แจง และการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นโควิด-19 โดยข้อมูลจากการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-fake news Center) รวบรวมล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนข้อความเข้าทั้งหมด 63,974 ข้อความ, มีข้อความที่ต้อง Verify 96 ข้อความ โดยจำนวนนี้มีเกี่ยวข้องกับโควิด-19 จำนวน 44 เรื่อง (รอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)”                  ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดทำ แผนบริหารความต่อเนื่องขององค์กร (Business Continuity Plan: BCP) ของ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ในสถานการณการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยสาระสำคัญในแผนจะเป็นการกำหนดโครงสร้างและทีมงาน การเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ เตรียมความพร้อมเพื่อให้การทำงานไม่หยุดชะงัก                  รวมทั้งมีคำแนะนำการเลือกใช้และดูแลรักษาความสะอาดระบบ VDO Conference รวมถึงการปรับใช้กับการตรวจรักษาทางไกล (Telemedicine) ในช่วงสถานการณการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีวัตถุประสงค์ในการประชุมที่ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ได้อยู่ที่เดียวกันซึ่งจะมีการโต้ตอบกันทั้งเสียง หรือทั้งเสียงและภาพ โดยยังสามารถนำมาปรับใช้เพื่อการทำการตรวจรักษาทางไกล (Telemedicine) ได้โดยมีวัถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อการคัดกรองผู้ป่วย 2) เพื่อการติดตามผลการรักษา 3) เพื่อใช้ในการรักษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02 141 6747                  “หากมีข้อสงสัยหรือสนใจข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการของกระทรวงดิจิทัลฯ สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC 1111” นพ.พลวรรธน์กล่าว   ***************


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.