Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รมว.ดีอีเอส เผยซิสโก้ เลือกไทยตั้งศูนย์ Co-Innovation Center แห่งแรกในเอเชีย หนุนพัฒนาศักยภาพคนด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ขณะที่ ไมโครซอฟท์ พร้อมลงนามเอ็มโอยูเร็วๆ นี้ จัดตั้ง AI/IoT Insider Lab ใน Thailand Digital Valley พื้นที่โครงการอีอีซี                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากการเข้าพบและหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไอทีระดับโลกหลายราย ระหว่างการเดินทางไปโรดโชว์ที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 14-22 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับคำยืนยันจากและบริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ จำกัด และบริษัท ไมโครซอฟท์ ที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม                 โดยบริษัท ซิสโก้ สรุปเลือกประเทศไทย เป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์ Cisco Co-Innovation แห่งแรกในเอเชีย เนื่องจากเห็นความพร้อมของประเทศไทยที่มีการประกาศและบังคับใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แล้ว ศูนย์แห่งนี้จะมุ่งการฝึกอบรมบุคลากรที่มีหน้าที่ดูแลด้านระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) เพื่อสร้างและเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรสาขานี้ รวมทั้ง กระทรวงฯ อยู่ระหว่างเชิญชวนให้ซิสโก้ จัดตั้งศูนย์แห่งนี้ใน Thailand Digital Valley ในพื้นที่อีอีซีด้วย                  นอกจากนี้ ในเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟท์ บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อันดับหนึ่งของโลก และกระทรวงดิจิทัลฯ  จะมีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน เพื่อเข้ามาปักธงใน Thailand Digital Valley โดยจัดตั้ง AI/IoT Insider Lab ซึ่งเป็นโครงการที่ไมโครซอฟท์ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สามารถผลิตและนำสินค้าออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น ช่วยหาช่องทางการตลาดและจับคู่ธุรกิจ ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 300 รายทั่วโลก                 “ไมโครซอฟท์ เล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของอาเซียน เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) มีความสนใจอย่างมากที่จะพิจารณาจัดตั้ง AI/IoT Lab ในประเทศไทย ร่วมพัฒนาบุคลากรและอุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของไทยอย่างเต็มที่” รมว.ดิจิทัลฯ กล่าว                  ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังมีแนวคิดที่จะนำโปรแกรมระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ซึ่งไมโครซอฟท์มีอยู่ เข้ามาช่วยสนับสนุนการออกแบบโครงการที่ประเทศไทย เตรียมพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ภายใต้อีอีซี ขึ้นเป็นเมืองอัจฉริยะ จุดเด่นคือ เป็นการสร้างเมืองสมาร์ทซิตี้ใหม่ขึ้นมาทั้งเมือง ไม่ใช่เป็นการนำเมืองเก่ามาทำใหม่ให้เป็นสมาร์ทซิตี้   *****************    




นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษบกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ จังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก่อนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ได้แก่ โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน : กิจกรรมปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลปลายพระยา ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องมือด้าน ICT ในโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ ให้กับคนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลปลายพระยา มีผู้บริหารและผู้ดูแลศูนย์ฯ ที่เข้มแข็งทั้งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความมุ่งมั่นในการบริหารงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านน้ำซ่ำ ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน และจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลาอเนกประสงค์ที่มีการจัดประชุมของหมู่บ้านทุกเดือน​ ด้านจังหวัดพังงา คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลท้ายเหมือง ซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุปกรณ์ ICT ที่ได้รับจากโครงการฯ จัดอบรมให้ความรู้ทั้งแก่นักเรียน กศน. และจัดกิจกรรมในพื้นที่ของชุมชนเป็นระยะ เช่น สอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน การตกแต่งรูปภาพสินค้า ฯลฯ ปัจจุบันมีสินค้าชุมชนที่สามารถขายผ่านออนไลน์แล้ว รวมถึงนำสินค้าเหล่านั้นมาขายในตลาดนัดถนนคนเดินของจังหวัดด้วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านท่าปากแหว่ง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง โดยมีผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าปากแหว่งมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐ ทั้งนี้ กำนันตำบลโคกกลอยเสนอให้มีการขยายเครือข่ายเน็ตประชารัฐเพื่อใช้ในการทำการเกษตร หรือ Smart Farm เช่น การใช้เทคโนโลยีควบคุมการทำฟาร์มเลี้ยงหมู การให้อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ในพื้นที่ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป​ นอกจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะ ได้เข้าพบ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อหารือข้อราชการและขอให้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนางานของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ทั้งภารกิจด้านสำมะโนประชากรและการสำรวจต่างๆ ของสำนักงานสถิติจังหวัด การบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม รวมถึงการบริการขนส่งไปรษณีย์และส่งเสริมการค้าขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ของ บจ.ไปรษณีย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพใด ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยาพังงาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านอุตุฯ ให้กับเครือข่ายในพื้นที่เป็นประจำ เช่น กลุ่มเจ้าของสวนปาล์มใช้ประโยชน์ข้อมูลประกอบการใส่ปุ๋ยต้นปาล์ม เป็นต้น                                                                                                                                                          *************************

เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.ดวงตา ตันโช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๑๕ และ ๑๖ รวมทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ และนายสำเริง ไชยแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยใช้กระบวนการ Government Lab ในกรณีการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ณ ห้องประชุมจามเทวี ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดลำพูน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำพูน พบว่า สถานการณ์จุดความร้อนสะสม (Hotspot) ของจังหวัดลำพูน มีจำนวน ๒๘๓ จุด น้อยที่สุดใน ๙ จังหวัดเป้าหมาย (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และตาก) และมีค่าฝุ่นละออง PM ๒.๕ เกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน ๕๑ วัน (ข้อมูลระหว่างวันที่ ๑-๙ เมษายน ๒๕๖๒) ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าตามมาตรการ ๔ ส ได้แก่ ๑) สร้างเครือข่าย ๒) สร้างการรับรู้และการประชาสัมพันธ์ ๓) สร้างจิตสำนึก ๔) สร้างอาชีพ นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาฯ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาหมอกควันและพัฒนารูปแบบ รวมทั้งนวัตกรรมเพื่อการติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวม ๒๑ ข้อ เช่น รูปแบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงต้นทาง การรวบรวมข้อมูลพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากย้อนหลัง ๓ ปี แผนเผชิญเหตุ เป็นต้น พร้อมกำหนดให้จังหวัดรายงานความก้าวหน้าภายใน ๒ เดือน ด้าน นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอแนะเพิ่มเติม ๒ แนวทาง ได้แก่ ๑) การใช้กระบวนการทางสังคม หรือ Social Partner โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเป็นการสร้างจิตสำนึกส่วนรวม และ ๒) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยการบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในรูปแบบ Big Data เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขและรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้โครงการเน็ตประชารัฐของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่กระจายทั่วประเทศแล้วสามารถสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวได้ นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ยังสามารถสนับสนุนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน และการวิเคราะห์ทิศทางลม ฯลฯ ได้อย่างต่อเนื่องด้วย                                                                                                                                                          *************************

                    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครลงทะเบียนร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “Digital Run2020” ส่งต่อสุขภาพดียุคดิจิทัล ซึ่งกระทรวงฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ เตรียมจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 มุ่งหวังให้เป็นกิจกรรมที่จะสนับสนุนการส่งต่อสุขภาพดียุคดิจิทัล ส่งเสริมการออกกําลังกายแก่ประชาชนทุกกลุ่ม สร้างความตระหนกัในการรักษาสุขภาพและเป็น เป็นเวทีประชาสัมพันธ์นวัตกรรมสุขภาพด้านการสื่อสารความรู้สุขภาพเฉพาะบุคคล (Health for You)                     ทั้งนี้ กิจกรรม Digital Run 2020 มีธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน โดยผู้สนใจสามารถสมัครเดิน-วิ่ง แบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะทาง 5 กม. และมินิมาราธอน ระยะทาง10 กม.สําหรับบุคคลทั่วไป ค่าสมัคร 600 บาท และสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย (Wheelchair) หรือผู้พิการทางการมองเห็น ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนสมัครได้ทางออนไลน์ผ่าน race.thai.run/DIGITALRUN19 รายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมจะนําไปบริจาคให้มูลนิธิคนพิการไทย   *********************    

                 ดีอีเอส สรุปผลมอนิเตอร์ข่าวลือไวรัสโคโรนาบนโซเชียล จากการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบเป็นข่าวปลอมถึง 22 เรื่อง และข่าวจริง 4 เรื่อง วอนคนไทยอย่าตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อ เปิด 5 ช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลจริงที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว 2 ราย                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้ปรากฏข่าวลือเกี่ยวกับการแพ่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งสร้างความตระหนก และหวาดกลัวให้กับคนในสังคม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตปกติ ขณะที่ ในโลกออนไลน์ จะพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมาก และมีการแชร์โพสต์ทั้งคลิปวิดีโอ รูปภาพ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับไวรัสดังกล่าว ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งข่าวจริง และข่าวปลอม ทางกระทรวงฯ ได้มีการตรวจสอบข่าวลือต่างๆ อย่างเข้มข้นผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center Thailand เผยแพร่ในช่องทางของศูนย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารความจริง และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน                  “ช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาจำนวนมาก ซึ่งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมกำลังรวบรวมข้อมูลต้นตอการปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีการแชร์จนส่งผลกระทบในวงกว้าง เพื่อส่งต่อให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป”                  ล่าสุด จากการทำงานร่วมกันระหว่างดีอีเอส, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ บก.ปอท. โดย สตช. ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษมาทำงานร่วมกันติดตามทางโซเชียล/ออนไลน์ สรุปพบจุดที่เป็นต้นทางนำเข้าข่าวปลอมแล้ว 15 จุด มีการขอศาลออกหมายค้นและปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงช่วงเช้าวันนี้ ทำการเข้าตรวจค้นทั้ง 15 จุดดังกล่าว และสามารถตรวจพบผู้ที่คิดว่าน่าจะเข้าข่ายผิด ปล่อยข่าวปลอม 6 จุด โดยในจำนวนนี้ดำเนินการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริง และดำเนินการจับกุมแล้ว 2 ราย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน                  ส่วนอีก 4 ราย จากการสอบสวนถึงเจตนา และไม่พบความตั้งใจในการสร้างความเสียหาย จึงทำการตักเตือน และลงบันทึกประจำวันไว้ สำหรับในพื้นที่อีก 9 จุด หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ สตช. กำลังติดตามหาตัวผู้กระทำผิดอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งอุปสรรคส่วนหนึ่งคือ ส่วนใหญ่ผู้นำเข้าข้อมูลข่าวปลอมใช้พื้นที่อื่นลงทะเบียน หรือไม่ได้ใช้ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่จริง ทำให้ต้องใช้เวลาติดตาม                   ทั้งนี้ จากการมอนิเตอร์และรับแจ้งเรื่องเกี่ยวกับประเด็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25-29 มกราคม 2563 พบว่า มีจำนวนข้อความที่แจ้งเข้ามาทั้งสิ้น 7,587 ข้อความ แต่มีจำนวนที่ต้องตรวจสอบยืนยัน (Verify) 160 ข้อความ โดยพบว่ามีข่าวที่เกี่ยวข้องโดยตรง 26 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 22 เรื่อง  และข่าวจริง 4 เรื่อง                   โดยข่าวปลอม ได้แก่ 1.กรมควบคุมโรค หยุดใช้เครื่องตรวจวัดฯ ไวรัสโคโรน่าฯ 2. สเปรย์พ่นปาก ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 3. พนักงานการบินไทยติดโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาฯ 4. กรมควบคุมโรคยกเลิกการคัดกรองผู้โดยสารด้วยเทอร์โมสแกน 5. คลิปสุดช็อค! ไวรัสโคโรนา ทำคนล้มทั้งยืน 6. เชื้อไวรัสโคโรนาฯ ติดต่อผ่านการมองตาได้ 7. พัทยาพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 1 ราย                   8. พบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา รักษาตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 9. พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา เสียชีวิตที่ จ.ภูเก็ต เพิ่ม 1 ราย 10. ผู้ป่วยติดเชื่อไวรัสโคโรน่า เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จ. นครราชสีมา 11. สีจิ้นผิงสั่งใช้กฏหมายสูงสุด วิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ 12. วิธีป้องกันคือ ต้องรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อเมือกลำคอฯ 13. รัฐบาลจีนปิดบังข้อมูล แท้จริงมีผู้ติดเชื้อ 90,000 ราย 14. ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้เสียชีวิตทุกรายในเวลาอันสั้น 15. เตือน! เขตคลองเตยให้ใส่แมส รอฟังแถลงข่าวฯ 2 รายในไอซียู 16. ชื้อ H3N2 ระบาดถึงเชียงใหม่ ‘ไวรัสโคโรนา” ตัวใหม่จากอู่ฮั่น                   17. เชื้อไวรัสโคโรนาทำพิษ ชาวจีนล้มตึงกลางกลางสุวรรณภูมิ 18. แพทย์ชี้นั่งเครื่องพร้อมผู้ป่วยไวรัสโคโรนา มีโอกาสติดเชื้อทั้งลำ 19. พบผู้ติดเชื้อโคโรนาที่จังหวัดศรีสะเกษ 20. ล่าสุดกรุงเทพติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5 ราย                   21. เชื้อไวรัสโคโรนาระบาดหนัก คาดคนตายนับไม่ถ้วน รัฐสั่งทุกสื่อปิดข่าว และ 22. แชร์ว่อน!! ยืนยันสนามบินภูเก็ต ไร้จุดคัดกรอง "ไวรัสโคโรนา"                     ส่วนข่าวจริง ประกอบด้วย 1.กรมควบคุมโรคยืนยันไม่หยุดคัดกรอง และเพิ่มความเข้มข้นในการรับมือไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ จริงหรือ? 2. ประกาศ!! หน้าเว็บโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนามีการปรับเปลี่ยนลิงค์ที่เผยแพร่ใหม่ จาก .html เป็น php จริงหรือ? 3. ผู้ป่วยไวรัสโคโรนา จ.นครปฐม ผลตรวจเป็นลบ สธ.รับมือเข้ม ชี้ชัดไม่พบการระบาดในไทย จริงหรือ? และ 4. คปภ.แจง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยการเดินทาง คุ้มครองโรคไวรัสโคโรนา                     นายพุทธิพงษ์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงฯ มีความห่วงใยประชาชนเรื่องข่าวลือ ข่าวปลอม ขอให้อย่าตื่นตระหนกและหลงเชื่อข่าวลือต่าง ๆ ควรจะหาข้อมูลให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนจะแชร์จะบอกต่อ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข จะมีการเฝ้าระวังและมีการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงโดยไม่ปิดบังข้อมูลใด ๆ โดยศูนย์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) จะมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์และเป็นข่าวที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com  เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center (https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter/) ทวิตเตอร์ @AfncThailand (https://twitter.com/afncthailand) และไลน์ออฟฟิเชียล @antifakenewscenter                    ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดำเนินการตรวจสอบข้อความจากช่องทางต่างๆ และการใช้ Social Listening Tool กว่า 2.16 ล้านข้อความ แบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ หมวดสุขภาพ 61% หมวดนโยบายรัฐ 27% หมวดเศรษฐกิจ 10% หมวดภัยพิบัติ 2% โดยได้ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเจ้าของเรื่องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งจัดจัดทำข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายพร้อมภาพประชาสัมพันธ์ (Infographic) ให้แก่ประชาชนรับทราบไปแล้วกว่า 146 เรื่อง ซึ่งพบว่า หมวดสุขภาพจะมีความเชื่อกันได้ง่ายแชร์ต่อบอกต่อกันได้ง่าย และจะเห็นเปอร์เซ็นว่าเยอะกว่าทุกหมวด                     “ขณะนี้เข้าใจว่าอารมณ์คนไทยมีความตื่นตระหนก ดังนั้น หากเจอข่าวแปลกๆ และไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งแชร์ หรือส่งต่อ ขอให้มีการตรวจสอบกับสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 หรือกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา ส่วนการป้องกัน ขอแนะนำว่า หลักการเหมือนกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ คือ หลีกเลี่ยงการไปในที่มีคนแออัด ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีไข้ ไอ จาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัย” รมว.ดีอีเอสกล่าว   *******************

 

กฎหมาย พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 National Cybersecurity Act B.E.2562(2019) ระเบียบ ระเบียบ กมช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2563 ประกาศ ประกาศ กมช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศ กมช. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศ กมช. เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

            นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษบกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ จังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก่อนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ได้แก่ โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน : กิจกรรมปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลปลายพระยา ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องมือด้าน ICT ในโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ ให้กับคนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลปลายพระยา มีผู้บริหารและผู้ดูแลศูนย์ฯ ที่เข้มแข็งทั้งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความมุ่งมั่นในการบริหารงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านน้ำซ่ำ ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน และจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลาอเนกประสงค์ที่มีการจัดประชุมของหมู่บ้านทุกเดือน​ ด้านจังหวัดพังงา คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลท้ายเหมือง ซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุปกรณ์ ICT ที่ได้รับจากโครงการฯ จัดอบรมให้ความรู้ทั้งแก่นักเรียน กศน. และจัดกิจกรรมในพื้นที่ของชุมชนเป็นระยะ เช่น สอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน การตกแต่งรูปภาพสินค้า ฯลฯ ปัจจุบันมีสินค้าชุมชนที่สามารถขายผ่านออนไลน์แล้ว รวมถึงนำสินค้าเหล่านั้นมาขายในตลาดนัดถนนคนเดินของจังหวัดด้วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านท่าปากแหว่ง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง โดยมีผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าปากแหว่งมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐ ทั้งนี้ กำนันตำบลโคกกลอยเสนอให้มีการขยายเครือข่ายเน็ตประชารัฐเพื่อใช้ในการทำการเกษตร หรือ Smart Farm เช่น การใช้เทคโนโลยีควบคุมการทำฟาร์มเลี้ยงหมู การให้อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ในพื้นที่ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป​ นอกจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะ ได้เข้าพบ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อหารือข้อราชการและขอให้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนางานของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ทั้งภารกิจด้านสำมะโนประชากรและการสำรวจต่างๆ ของสำนักงานสถิติจังหวัด การบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม รวมถึงการบริการขนส่งไปรษณีย์และส่งเสริมการค้าขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ของ บจ.ไปรษณีย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพใด ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยาพังงาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านอุตุฯ ให้กับเครือข่ายในพื้นที่เป็นประจำ เช่น กลุ่มเจ้าของสวนปาล์มใช้ประโยชน์ข้อมูลประกอบการใส่ปุ๋ยต้นปาล์ม เป็นต้น

                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ในการนี้รัฐมนตรีฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานกีฬาสีสานสัมพันธ์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และร่วมลงเล่นกีฬากับสื่อมวลชนกระทรวงดิจิทัลฯ กับพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ อาคารกีฬาไปรษณีย์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กทม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563                        วัตถุประสงค์หลักการจัดกิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กร โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อความสามัคคี ลดความขัดแย้ง รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ลดช่องว่างระหว่างกัน ซึ่งรูปแบบกิจกรรมเป็นการแข่งขันกีฬาเป็นทีม เน้นความสนุกสนาน การแข่งขันที่สนุกสนานเร้าใจท่ามกลางการประกวดกองเชียร์ ทีมเชียร์ลีดเดอร์ มุ่งเน้นให้เกิดความสัมพันธ์อันดี การมอบความรักและแบ่งปันสิ่งที่ดีต่อกัน ทำให้เกิดสัมพันธภาพอันดีกับหมู่คณะ   *****************    

         เมื่อวันที่ ๓ – ๕ เมษายน ๒๕๖๒ นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสระแก้ว โดยได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่บ้านคลองอาราง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งและใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐในการส่งเสริมอาชีพรวมถึงการดำรงชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า จากนั้นได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งเยี่ยมชม กศน.ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๖๐๐ แห่ง ที่ได้รับมอบอุปกรณ์ ICT ในการปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลแก่คนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๘ (นายจิรายุ นันท์ธราธร) และผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ได้เข้าพบ นายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ณ ห้องรับรองด่านศุลกากรอรัญประเทศ เพื่อหารือข้อราชการ และได้ประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัดในเรื่องการเตรียมการรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว ด้วยกลไกการตรวจราชการแบบบูรณาการโดยการใช้ Government Lab ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรอรัญประเทศ ชั้น ๒ ทั้งนี้ ผต.คนึงนิจฯ ได้เสนอให้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (digital Infrastructure) เพื่อรองรับการตัดสินใจของนักลงทุน ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่เป็นหุ่นยนต์หรือ AI เพื่อลดต้นทุน ดังนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคตด้วย พร้อมทั้ง คณะผู้ตรวจราชการได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ณ นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ตำบลป่าไร่ และด่านศุลกากรอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว  


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.