Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2562) นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรร่วมการเสวนางาน eLogistics Summit 2019 ในหัวข้อ The Essential of Modern Logistics Legislation Should We Aware ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ภายใต้ความร่วมมือกันกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ในงานเสวนาหัวข้อดังกล่าว นายภุชพงค์ฯ ได้กล่าวถึงระบบ e-Commerce ว่าเป็นระบบการค้าขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผลกระทบต่อธุรกิจของภาคเอกชนบางประเภทและส่งผลกระทบต่อบุคลากรอย่างเห็นได้ชัด เช่น ธุรกิจประเภทธนาคารที่ต้องมีการปรับตัวและบุคลากรต้องปรับเปลี่ยนทักษะการทำงานเพื่อให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลง และยังกล่าวต่อถึงว่า แม้ขณะนี้รัฐจะมี พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับใช้ในการดูแลเรื่องการค้าขายทางออนไลน์และการดูแลสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลแล้ว แต่สิ่งสำคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด คือ คนใช้ต้องตระหนักรู้ถึงเรื่อง Digital Literacy ตระหนักรู้ถึงการใช้สื่อที่ถูกต้อง รู้เท่าทันในเรื่องพวกนี้ให้ได้โดยเฉพาะผู้สูงวัย และการทำธุรกิจ e- Commerce ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานในสังกัด ได้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนโครงการกิจกรรมให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ e- Commerce ได้แก่ 1) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดให้บริการด้าน Logistics และ e-Commerce รายใหญ่ของประเทศ 2) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. มีโครงการ Village e-Commerce เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้ด้าน e-Commerce กับคนในชุมชนศูนย์ดิจิทัลชุมชน และ 3) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. ได้จัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ e-Commerce มากกว่า 500 ราย และเพิ่มช่องทางการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ Thaiemarket.com รวมถึง หากมีการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งมาที่ สายด่วน 1111 หรือ สายด่วน 1212 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center)

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐครอบคลุม 24,700 หมู่บ้านของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามหลักการ Open Access Network และปัจจุบันมีผู้ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอประกอบกิจการโทรคมนาคมมายังสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สป.ดศ.) แล้ว จำนวน 8 ราย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดทำระบบ MDES Open Access : MDES-OA เพื่อรองรับการขอเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐแบบเปิด (Open Access Network) ผ่านอินเทอร์เน็ต https://mdes-oa.netpracharat.com ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ยื่นความประสงค์จะขอเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ทั้ง 8 ราย นำเข้าข้อมูลในระบบ MDES-OA โดยคณะทำงานบริหารจัดการการให้บริการโครงข่ายเน็ตประชารัฐแบบเปิด(Open Access Network) จะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาอนุญาตในวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 ต่อไป ทั้งนี้หากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใด มีความสนใจ สามารถศึกษารายละเอียดข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายได้ที่เว็บไซต์เน็ตประชารัฐ และแจ้งความประสงค์ในการขอเชื่อมต่อมายังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ Digital Thailand : Policy and Initiative ในการสัมมนา Digital Opportunity for a More Competitive Future ณ โรงแรมดอนจัน นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

วันนี้ (29 พ.ย. 62) เวลา 10.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาและยกระดับการฝึกอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในด้านการพัฒนาแรงงานและฝึกอาชีพมีความจำเป็นและสำคัญ เนื่องจากในปีหน้าเป็นต้นไปจะมีความต้องการแรงงานอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลเป็นจำนวนปีละกว่า 40,000 คน ซึ่งภาคการศึกษาผลิตไม่ทันเพราะต้องใช้เวลา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงต้องพัฒนากำลังคนด้วยวิธี Upskill ยกระดับทักษะของแรงงานเดิมให้ทันสมัย และ Reskill คือพัฒนาคนที่อยู่ในสายแรงงานที่ยังไม่มีทักษะด้านดิจิทัล ให้มีทักษะด้านดิจิทัล โดยรัฐบาลจะพูดคุยกับภาคเอกชน โรงงาน และบริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อศึกษาความต้องการบุคลากร สาขาวิชาและอาชีพที่ต้องการ ซึ่งรัฐกำลังประสานงาน ทั้งเติมเต็มความต้องการผู้ใช้แรงงาน ทั้งในกลุ่มผู้พิการ และสตรี ในปัจจุบันดิจิทัลเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคนในชีวิต รัฐต้องการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของ ASEAN Hub ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีการพัฒนาด้านแรงงาน ใน 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการย้ายฐานแรงงานการผลิตของอุตสาหกรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเหตุผลสำคัญคือแรงงาน แรงงานจึงเป็นหัวใจหลักสำคัญของการวางรากฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทย ประเทศไทยยังขาดแรงงานเป็นแสนคน ซึ่งแนวทางการร่วมมือบูรณาการกันระหว่างสามกระทรวงจากสามพรรคทำงานร่วมมือกัน ในการพัฒนาแรงงานนี้เกิดเป็นครั้งแรก จึงแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานโดยเน้นพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เป็นความตั้งใจดีของรัฐมนตรีจากทั้ง 3 กระทรวงที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยจะเดินหน้าด้วยความเชื่อมั่นและความมั่นใจ ด้านนายจุติ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวในการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาใช้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาและยกระดับการฝึกอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ระหว่าง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อร่วมกันยกระดับการฝึกอาชีพให้ได้มาตรฐาน ส่งเสริม และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทักษะความชำนาญของแต่ละหน่วยงานที่ร่วมลงนาม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวตามภารกิจของตนเอง อาทิ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะสนับสนุนข้อมูลเพื่อการวางแผนการจัดฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมให้เหมาะสมสำหรับกลุ่มเป้าหมายให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ กรมการจัดหางานจะช่วยสนับสนุนในการส่งเสริมการมีงานทำแก่กลุ่มเป้าหมาย โดยการให้บริการจัดหางาน การแนะแนวอาชีพ การประกอบอาชีพ และการรับงานไปทำที่บ้าน

วันนี้ (29 พ.ย. 62) นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2562 โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งติดตามผลการปฏิบัติงานในโครงการภารกิจที่สำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันนี้ (29 พ.ย. 62) นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการจัดอบรมการใช้งานระบบ e-Office ให้กับเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้รับความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้งานระบบ e-Office ที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบการใช้งานขึ้นมาใหม่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมความร่วมมือการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล ครั้งที่ 1/2562 ซึ่งจัดโดยสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDi) หน่วยงานภายในภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้มีตัวแทนจากหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน จำนวนมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือในการออกแบบระบบสารสนเทศและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลประวัติ การรักษาพยาบาลของตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว


วันนี้ (2 ธันวาคม 2562) ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของกองกลางและบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากกรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานข่าวเวียดนาม เนื่องในโอกาสที่กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานข่าวเวียดนาม เข้าศึกษาดูงานด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่บนสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย จากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) ในการบริหารจัดการต่อปัญหาข่าวปลอมที่เผยแพร่บนสื่ออินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ ณ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.