Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Allan McKinnon PSM เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าหารือแนวทางในการดำเนินความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน (ความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยี 5G) และแผนการของฝ่ายออสเตรเลียในการสนับสนุนการฝึกอบรมและการประชุมในด้านไซเบอร์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโอกาสนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย และ H.E. Mr. Allan McKinnon PSM ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางในการสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการจัดตั้งสำนักงานความปลอดภัยทาง ไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Agency: NCSA) ตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนาเครือข่าย 5G และความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรทางด้านไซเบอร์ อันจะเป็นกำลังสำคัญในการเข้าเตรียมพร้อมประเทศเพื่อสู่สังคมดิจิทัลในอนาคตอันใกล้ โดยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย มีความประสงค์ให้สถานศึกษาในประเทศไทยเปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับความปลอดภัยเครือข่าย และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ H.E. Mr. Allan McKinnon PSM ได้ตกลงให้การสนับสนุนไทยด้านการพัฒนาบุคลากรทางด้านไซเบอร์ที่เป็นประเด็นสำคัญ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน และยินดีส่งเสริมความร่วมมือในทุกด้านโดยเฉพาะในด้านดิจิทัลให้ครอบคลุมมากขึ้น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 นายพลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ได้ให้เกียรติรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ IT Digital Strategy Framework for The Treasury Department ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมธนารักษ์ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โรงแรม อมารีวอเตอร์เกท ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มผู้บริหารของกรมธนารักษ์ ให้เห็นภาพการปฏิรูปประเทศ ไปสู่การเป็น Digital Thailand และสามารถกำหนดทิศทางในการนำพาองค์กรไปสู่การเป็น Digital Treasury ได้อย่างสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 62 นางสาวสิริน้อย องค์ศิริวิทยา ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นตัวแทนผู้บริหารและข้าราชการ นำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมแสดงความยินดี และให้การต้อนรับนายภูเวียง ประคำมินทร์ ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมดิจิทัลรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (SOE-D) พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจสู่อนาคตในยุคดิจิทัล" นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีช่วง CEO/CIO Panel นำโดยรองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในฐานะประธาน SOE-D รุ่นที่ 12 พร้อมด้วยผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ในหัวข้อ "Challenges and Opportunities: How to Survive on Digital Era โอกาสและการปรับตัวขององค์กรในยุคดิจิทัล องค์กรจะทำอย่างไรให้อยู่รอด" และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "Digital Trends & Disruptive Technology การรับมือและปรับตัวให้ทันตามเทคโนโลยี" โดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ด้าน Digital Transformation สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 ณ ห้องออดิทอเรียม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานร่วมกับ นางคิม ยุน มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และคมนาคม ของเกาหลีใต้ ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (The ASEAN-ROK Ministerial Meeting on Smart City) โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เป็นผู้แทนประเทศไทย ประชุมร่วมกับรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงของประเทศอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะ ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ก่อนการประชุม นายพุทธิพงษ์ฯ ได้มีการร่วมหารือทวิภาคีไทยเกาหลีใต้กับนางคิม ยุน มี เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะมุ่งเน้นในหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาเมือง (Smart Urban Development) ความปลอดภัย (Smart Safety) คมนาคม (Smart Transport) และระบบบริหารจัดการน้ำ (Smart Water) เป็นต้น โดยการเจรจานั้น ประเทศไทยและเกาหลีใต้จะมีแนวทางการดำเนินการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยร่วมกันในปี 2563 ถึง 5 ด้าน ได้แก่ 1) การร่วมศึกษาความเป็นไปได้ของเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย (K-SCON) 2) การร่วมลงทุนในเมืองอัจฉริยะผ่าน Plant, Infrastructure, and Smart City Fund (PIS Fund) 3) การจัดตั้งศูนย์ประสานงานความร่วมมืออัจฉริยะอาเซียน เกาหลีขึ้นในประเทศไทย (Smart City Cooperation Center) 4) โปรแกรมการพัฒนาทักษะด้านเมืองอัจฉริยะ (Training Program) 5) การจัดงานมหกรรมสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติเมืองอัจฉริยะไทย-เกาหลีใต้ นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ นายพุทธิพงษ์ และ นางคิม ให้เกียรติเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความร่วมมือด้านการขนส่งและการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของเมืองอัจฉริยะ ดีป้า ร่วมกับ Korea Transport Institute Korea Transport Institute และ Korea Research Institute for Human Settlements ของเกาหลีใต้


https://www.antifakenewscenter.com/

ความเป็นมา          ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด ๒ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด ๓ สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมวด ๕ การร้องเรียน หมวด ๖ ความรับผิดทางแพ่ง หมวด ๗ บทกำหนดโทษ และความในมาตรา ๙๕ และมาตรา ๙๖ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา          เนื่องจากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฯ ต้องการให้มีระยะเวลาการเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวม จึงได้กำหนดให้บทบัญญัติในหมวด ๑ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหมวด ๔ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบทเฉพาะกาลที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวาระเริ่ม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒          ทั้งนี้ ตามความในมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานให้แล้วเสร็จเพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และในระหว่างที่การดำเนินการจัดตั้งสำนักงานยังไม่แล้วเสร็จ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำหน้าที่สำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนหนึ่งทำหน้าที่เลขาธิการจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตามมาตรา ๙๒           ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) จึงถูกจัดตั้งขึ้นตามบทเฉพาะกาล มาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติฯ เพื่อสนับสนุนและเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวมก่อนที่พระราชบัญญัติฯ จะมีผลใช้บังคับทั้งฉบับ          ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตั้งอยู่ที่ ชั้น ๗ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ------------------------- คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก)           องค์ประกอบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก) บทเฉพาะกาลมาตรา ๙๑ กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้  ๑. ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ (ชั่วคราว)๒. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ๓. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกรรมการ๔. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการ๕. อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นกรรมการ๖. อัยการสูงสุด เป็นกรรมการ๗. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกรรมการและเลขานุการ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้๑.จัดทำแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม๒.ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ดำเนินกิจกรรมตามแผนแม่บทตาม ๑. รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทดังกล่าว๓..กำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้๔. ออกประกาศหรือระเบียบเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้๕. ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ๖. ประกาศกำหนดข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติ๗. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎที่ใช้บังคับอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล๘. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือทบทวนความเหมาะสมของพระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยทุกรอบห้าปี๙.ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้๑๐. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้๑๑. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดทักษะการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน๑๒. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล๑๓. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก)  นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หน้าที่และอำนาจของสำนักงานฯ๑.จัดทำร่างแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่างแผนแม่บทและมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติดังกล่าวเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ๒. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล๓.วิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามมาตรการหรือกลไกการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งตรวจสอบและรับรองนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๙๔.สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งวิเคราะห์และวิจัยประเด็นทางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ๕. ประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล๖. ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้๗.เป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน และประชาชน รวมทั้งเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล๘. กำหนดหลักสูตรและฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป๙. ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ๑๐. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้๑๑.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามที่กฎหมายกำหนด ประกาศ/ข่าวสารสำนักงานฯ .................................. ติดต่อเรา                ที่ตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ชั่วคราว)                ชั้น ๗ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ               โทรศัพท์  ๐ ๒๑๔๒ ๑๐๓๓ , ๐ ๒๑๔๑ ๖๙๙๓

นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนกระทรวงในการต้อนรับคณะผู้แทนที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงประสานงานการเมือง กฎหมาย และความมั่นคง แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการเข้าพบกันครั้งนี้ เป็นการรับฟังนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของกระทรวงฯ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย - อินโดนีเซีย ในการพัฒนาอินเตอร์เน็ตภายในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ในโอกาสนี้ นางปิยนุชฯ ได้นำเสนอภาพรวมนโยบายดิจิทัลของกระทรวงฯ ได้แก่ เรื่องนโยบายประเทศไทย 4.0 โครงการเน็ตประชารัฐ กฎหมาย/กฎระเบียบของกระทรวงฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ได้นำเสนอเรื่องดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์ รวมถึงเรื่อง Startup ให้คณะผู้แทนจากอินโดนีเซียรับทราบ โดยทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และยินดีส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่าง ทั้งสองประเทศให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านไอโอทีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

วานนี้ (26 พฤศจิกายน 2562) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน Cyber Defense Initiative Conference (CDIC) ครั้งที่ 18 ประจำปี 2019 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมทั้งบรรยายพิเศษในประเด็นความท้าทายใหม่สำหรับการบริหารจัดการเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกล่าวถึงแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยในยุคดิจิทัลที่มีมากถึง 100% บนอุปกรณ์พกพา จึงย่อมก่อให้เกิดช่องทางหรือแรงกระตุ้นให้อาชญากรไซเบอร์พุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์พกพามากขึ้น ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงควรตระหนักและให้ความสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และยังได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญของการออกกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ฯ ยังได้กล่าวถึงภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ยุค Thailand 4.0 อันได้แก่ 1) National Broadband การวางโครงข่ายอินทอร์เน็ตไปยังทุกหมู่บ้านทั่วไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง รวมไปถึงสอนชาวบ้านให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและตระหนักถึงภัยคุกคามไซเบอร์ 2) การพัฒนาบุคลากรสร้าง Digital Workforce ให้รองรับความต้องการของตลาดดิจิทัล 3) Digital Park สร้างเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน และ 4) Anti-Fake News Center การจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 200 แห่ง รวมไปถึงสมาคมนักข่าว แห่งประเทศไทย โดยเน้นการแก้ไขข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เช่น ภัยพิบัติ สุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคง

วานนี้ (26 พฤศจิกายน 2562) เวลา 15.30 น. นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ฮ่องกง ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยฝ่ายฮ่องกงประสงค์ขอรับทราบข้อมูลนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และโอกาสในการเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ในโอกาสนี้ นางปิยนุชฯ ได้นำเสนอนโยบายดิจิทัลของกระทรวงฯ รวมถึงนโยบายประเทศไทย 4.0 และกฎหมายด้านดิจิทัลที่สำคัญให้แก่คณะผู้แทนฯ นอกจากนั้น ผู้แทนจากหน่วยงานของกระทรวงฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับดิจิทัลพาร์ค ดิจิทัลวัลเลย์ (รวมถึงสิทธิประโยชน์พิเศษในการเข้ามาดำเนินธุรกิจใน EEC) การส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ สตาร์ทอัพ การจัดตั้งสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ศูนย์ทดสอบเทคโนโลยี 5G และโครงการ เน็ตประชารัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในด้านดิจิทัลของฝ่ายไทยที่เปิดกว้างให้ภาคเอกชนจากนานาประเทศเข้ามาดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ ฝ่ายฮ่องกงแสดงความสนใจข้อมูลที่กระทรวงฯ นำเสนอและจะได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อแสวงหาช่องทางในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไป การประชุมดังกล่าวนับเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงฯ และภาคเอกชนด้านดิจิทัลของฮ่องกง ได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต


วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2562) เวลา 09.30 น. นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และปาฐากถาพิเศษในงาน November Series 2019 โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย สำหรับการจัดงานดังกล่าวนี้จัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ภายใต้ความร่วมมือกัน กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายในงานประกอบด้วย 3 งาน คือ งาน Thailand Local Government Summit , งาน e-Logistics Summit และ งาน Robotics Summit กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2562 ณ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ห้องวายุภักษ์ 2 - 4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดย นายเนวินธุ์ฯ ได้กล่าวในการปาฐากถาพิเศษถึงความจำเป็นของการปรับตัวของผู้ประกอบการและ ภาคการเกษตรของประเทศไทยที่ต้องมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนและนำเทคโนโลยีที่สมัยใหม่เข้ามาใช้ในการทำงาน ในระบบให้มากขึ้น เพราะโลกทุกวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่การใช้ระบบ Robotics, AI และ IoT (Internet of Things) ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังขาดการนำข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาใช้ในการบูรณาการการทำงานและ ยังขาดบุคลากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการที่ประเทศไทยยังต้องส่งเสริมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้ทั่วถึง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่การ จัดงานในครั้งนี้ที่ได้มีการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมีความจำเป็นต่อการพัฒนาขับเคลื่อนประเทศ ทั้ง 3 เรื่อง มาเผยแพร่และให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ต่อจากนั้น ได้ผู้เดินเยี่ยมชมการจัดบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิทัลจากหน่วยงานต่าง ๆ

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2562) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ การประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี)  ครั้งที่ 3/2562 มีผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นายไกรเสริม โตทับเที่ยง) โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเลขานุการฯ นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยเลขานุการฯ และมีผู้แทนของกระทรวงต่าง ๆ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมฯ ได้มีการทบทวนมติบอร์ดดีอี ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ในเรื่องแนวทางการดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินตามนโยบายของรัฐบาล (กรุงเทพมหานคร) และได้มีมติเห็นชอบตามมติคราวที่แล้ว และมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามมติโดยคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ประธานฯ ได้สั่งการเพิ่มเติมว่า “ตามที่คณะกรรมการฯ ได้รับทราบและพิจารณาให้ความเห็น ประเด็นต่าง ๆ ในวันนี้ ขอให้ร่วมกันกำกับติดตาม และผลักดันการดำเนินงาน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป” โดยขอเน้นย้ำเพิ่มเติม ดังนี้ 1) การดำเนินการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการ การทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายที่ได้กำหนดในนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป 2) การจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ ขอให้มีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยบูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม ประชาชนผู้ใช้บริการ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่ขัดต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ และขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ช่วยกำหนดทิศทางและผลักดันการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายเลขานุการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งรัดจัดประชุมหารือในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การจัดทำนโยบายและแผนเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความคืบหน้าของงานมากยิ่งขึ้น

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.