Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา






                   เมื่อวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2562 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุม ASEAN Business and Investment Summit (ABIS) 2019 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดฯ โดยได้กล่าวเน้นย้ำถึง ความจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับภาคีนอกภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ ตลอดจนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัตและทำให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ และในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความยินดีที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมมือกัน จนเกิดผลสำเร็จในการเปิดศูนย์อาเซียน 7 แห่ง เพื่อรองรับการพัฒนาอาเซียนในมิติด้านต่างๆ โดยหนึ่งในนั้น คือ ศูนย์ ASEAN – Japan Cybersecurity Capacity Building Center (AJCCBC) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                       สำหรับการประชุม ABIS 2019 จัดโดยสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ภายใต้แนวคิด Empowering ASEAN 4.0 ที่ต้องการสำรวจทิศทางและแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนไปสู่ ASEAN 4.0 ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอแนวคิดต่างๆ อาทิ การเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจภายในอาเซียน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้พร้อมรับมือกับสงครามการค้าโลก รวมถึงการพัฒนากฎระเบียบใหม่ๆ ให้ทันสมัย เพื่อดึงดูดนักลงทุน ตลอดจนการพัฒนาทักษะใหม่ให้กับแรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับภูมิภาคอาเซียน   ******************  


                    เมื่อเวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางไปเป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ วัดนรนาถสุนทริการาม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการของกระทรวงฯ และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ นายพุทธิพงษ์ ได้ถวายเครื่องบริวารกฐิน และผู้บริหารระดับสูง ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ โดยมียอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2562 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,432,171.83 บาท   ********************

                         นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ Mr. Dagan Alony ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ และ Mr. Alon Yehoshua ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารจากสถานเอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทยในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยฝ่ายอิสราเอลได้แสดงความประสงค์ในการกระชับความร่วมมือด้านดิจิทัลกับไทย โดยเฉพาะด้าน Cybersecurity ในระดับรัฐบาล (G2G)  ในโอกาสนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและการดำเนินงานด้าน Cybersecurity ของไทย เช่น พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติด้านไซเบอร์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน การจัดตั้งสำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Agency: NCSA) และการจัดตั้ง Computer Emergency Response Team หรือ CERT ของหน่วยงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของฝ่ายอิสราเอลจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง                     ในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการผลักดันให้เกิดโครงการความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ (Capacity building) ให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องของไทย และฝ่ายอิสราเอลจะสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สำหรับฝ่ายไทยใช้เป็นแนวทางการดำเนินการตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ได้วางแผนในการจัดทำบันทึกความเข้าใจด้าน Cybersecurity  ระหว่างกันในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป       **************

                  เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานแรลลี่การกุศล ครั้งที่ 7 จัดโดยสำนักงานข่าว AC NEWS ณ บริเวณหน้าห้างแมคโคร สาขาแจ้งวัฒนะ โดยมีเส้นทางแรลลี่จากกรุงเทพ – พัทยา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งของการจัดงานมอบให้กับมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จ.ชลบุรี  ********************

                เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดประชุมและ Keynote Speaker ในหัวข้อ Disruptive Technology in Pharmacy profession ในการประชุมเภสัชกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา                  ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มุ่งหวังจะส่งเสริมบทบาททางด้านวิชาชีพเภสัชกรรมในประเทศไทยและเผยแพร่องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพให้แก่สมาชิกเภสัชกร ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนโยบายเชิงสุขภาพให้มีความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของนโยบายสุขภาพของประเทศไทยและผลกระทบต่อบทบาทวิชาชีพ ตลอดจนมีความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในระบบสุขภาพและสามารถประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง  ***********************

                เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.00 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนบ้านหนองขุย ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยได้กล่าวชื่นชมถึงความเข้มแข็งของการบริหารจัดการชุมชน โดยมีผู้นำชุมชนที่สนับสนุนส่งเสริมการให้ความรู้และการใช้ประโยชน์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวทันตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวนโยบายการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ชุมชน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ  ในพื้นที่ให้เกิดการใช้ศูนย์ดิจิทัลแบบบูรณาการ รวมถึงต้องการให้ชุมชนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยการค้นหาคัดเลือกอัตลักษณ์ของสินค้าชุมชนที่โดดเด่น แล้วนำมาขายในระบบออนไลน์ และยังเน้นถึงเรื่องการนำเทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมการตลาด โดยการคัดเลือกเยาวชน คนรุ่นใหม่ของชุมชนที่มีความสนใจด้านเทคโนโลยีประมาณ 10 – 20 คนต่อชุมชน มาฝึกทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์การขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยมีข้อสั่งการมอบให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ดูแลคัดเลือกศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่มีศักยภาพมาพัฒนาให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) สนับสนุนให้เกิดการค้าขายสินค้าขายชุมชนผ่านระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยคิดอัตราค่าบริการขนส่งสินค้าให้กับชุมชนในราคาพิเศษ และเดินเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนของประชาชนชาว ต.หนองสาหร่าย   ******************

                    เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.00 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจราชการเยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ในนามบริษัท อินทผลัมภาคตะวันออก จำกัด ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่รวมตัวกันของเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมสายพันธุ์บาฮีได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ได้ค้นพบว่าตนเองมีจุดด้อยในเรื่องของการทำการตลาด จึงได้ประสานขอความร่วมมือกับบริษัท ไปรษียณ์ไทย จำกัด ในการช่วยส่งเสริมด้านการทำตลาดสินค้าออนไลน์ จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในเว็บไซต์ thailandpostmart โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce เมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 โดยนายพุทธิพงษ์ ได้เสนอแนะให้วิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ดูวิสาหกิจชุมชน บริษัท อินทผลัม ภาคตะวันตก จำกัด เป็นตัวอย่างต้นแบบที่ดี ในการรวมกลุ่มกันพัฒนาสินค้าของชุมชน โดยการรู้จุดเด่นและรู้จุดด้อยของตนเองในการนำมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ และปรับปรุงแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มเกษตรกรได้ และเห็นควรให้สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนนั้น ส่งเสริมการสร้างเรื่องราว (Story) ของสินค้า เพื่อให้สินค้านั้นมีความน่าสนใจ และต้องมีการเชื่อมโยงกับเรื่องของการท่องเที่ยวภายในชุมชนด้วย ทั้งนี้ ได้มีข้อสั่งการให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เร่งดำเนินการ ในเรื่อง e-Commerce เชิงรุก โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ในการนำสินค้าชุมชนมานำเสนอขาย ผ่านทางเว็บไซต์ thailandpostmart เน้นการคัดเลือกสินค้าคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมมาจำหน่ายและส่งเสริมความรู้ให้กับชุมชนเกี่ยวกับการนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งการถ่ายภาพสินค้า การเขียนรายละเอียดสินค้า และสามารถสร้างเรื่องราวเรื่องเล่า (Story) ของภูมิปัญญาชาวบ้านให้ดูน่าสนใจและเพิ่มมูลค่าได้    *****************

                นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า จากการดำเนินการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) จากสรุปผลการมอนิเตอร์ จากข้อความที่เข้ามาทั้งหมดจำนวน 120,391 ข้อความ โดยมีข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด จำนวน 51,466 ข้อความ ซึ่งในจำนวนนี้มีข้อความที่ต้องดำเนินการ Verify ทั้งหมด จำนวน 7,962 ข้อความ โดยแบ่งเป็น ช่องทาง Social Listening Tool ช่องทาง Line Official ช่องทาง Website Manual Social Listening ซึ่งมาจากการแจ้งเรื่องเข้ามาด้วย โดยแบ่งได้ดังนี้ เรื่องยาเสพติด 7.6 % ภัยพิบัติ 13.6 % การเงิน หุ้น 13.6 % ข่าวอื่น ๆ 13.6 % ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 21.2 % ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง 15.2 % นโยบายรัฐบาล 16.7 %                     วันนี้ (13 พฤศจิกายน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการสืบสวนหาตัวคนร้ายกรณีดังกล่าว ซึ่ง บก.ปอท. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ใช้แอพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ในการติดต่อสื่อสารและปฏิบัติงานราชการต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบซึ่งมีผู้ใช้งานไลน์นิรนามเข้ามาในกลุ่มไลน์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ                     ผลการดำเนินการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ส่วนใหญ่จะพบเรื่องที่เป็นกระแสของสังคม และมีความน่าเป็นห่วง ที่พบมากที่สุดจะเป็นเรื่องของกลุ่มข่าวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่อ้างการรักษาต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนยา แอบอ้างสรรพคุณการรักษาต่างๆ จึงควรสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนมากขึ้น และจากการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. ได้ชี้แจงว่าการขายยาที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขาย และยังไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณานั้น มีความผิด และหากมีการโฆษณาขายยาจะต้องขออนุญาตก่อน พร้อมเตือนผู้บริโภคให้ระวังการซื้อยาจากเว็บไซต์ อาจมีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริงทำให้เสี่ยงอันตราย ทั้งอาจได้รับยาปลอม ยาไม่มีคุณภาพ และผลข้างเคียงจากการใช้ยา อันส่งผลให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากยาไม่ใช่สินค้าทั่วไป ต้องขายในสถานที่ได้รับอนุญาต ดังนั้น การขายยาบนอินเตอร์เน็ตที่ไม่ได้รับอนุญาตจึงเข้าข่ายกระทำความผิด อาจต้องระวางโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท และอาจเข้าข่ายผิดโฆษณายาอีกด้วย การโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท ในส่วนนี้ มี พ.ร.บ.ที่ควบคุมอยู่คือ พ.ร.บ. อาหาร และ พ.ร.บ. ยา                      การดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาข่าวปลอมที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนโดยตรง เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมตลอดจนข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ                      นายพุทธิพงษ์  กล่าวว่า “โดยการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) สิ่งที่สำคัญที่ยึดถือคือ code-of-principles ดังนี้ 1. ความเที่ยงธรรมและความปราศจากอคติในการคัดเลือกข่าว 2. ความเป็นส่วนบุคคลกับสิทธิเสรีภาพของการนำเสนอข่าว 3. การขัดกันด้านผลประโยชน์ และผลประโยชน์ทับซ้อนไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง 4. ให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเท่าเทียมกัน 5. สามารถอธิบายกระบวนการการพิสูจน์ การตรวจสอบ แหล่งที่มาของบทความและข้อเท็จจริงต่างๆ ได้ 6. มีความรู้เกี่ยวกับข่าวนั้นๆ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในด้านต่างๆ ได้อย่างเปิดเผย ซื่อสัตย์ และโปร่งใส 7. เป็นหน่วยงานที่อิสระ ไม่ขึ้นต่ออิทธิพลของหน่วยงานหรือองค์กรใดๆ                      การใช้ Social Media เป็นองค์ประกอบการกระทำความผิดตามกฎหมายไทย / กฎหมายนานาชาติ (เชื่อมโยงการใช้งาน/ปรากฏเนื้อหา ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง Social Media) อาทิ (1) การก่อการร้ายสากล / ปัญหาชายแดนภาคใต้ (2) ความรุนแรงสุดโต่ง (3) ยาเสพติด (4) การลามกอนาจาร / เด็กและเยาวชน (5) อาหาร ยา วัตถุอันตราย เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายและอันตราย (6) การฉ้อโกง หลอกลวงทรัพย์ (7) การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และเครื่องหมายการค้า ภาพยนตร์ เพลง (8) สินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น (9) ความมั่นคงของประเทศ สถาบันหลักของชาติ (10) ความสงบเรียบร้อยของสังคม / ขัดศีลธรรม จารีต ประเพณีอันดีของไทย เป็นต้น                      ในช่วงที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดในกลุ่มสนทนาแอพลิเคชั่นไลน์ (LINE) โดยมีผู้ใช้งานนิรนาม เข้ามาในกลุ่มไลน์จำนวนหลายกลุ่มโดยไม่ได้รับเชิญ เมื่อเข้ามาแล้วจะส่งลิงค์เว็บไซต์ลามก แฝงโฆษณา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หากผู้ใช้งานในกลุ่มไลน์หลงกลคำเชิญชวนกดลิงค์เว็บไซต์ดังกล่าว คนร้ายจะได้ข้อมูลเข้าถึงกลุ่มไลน์ต่างๆ ของผู้ใช้งานนั้น และจะทำให้คนร้ายสามารถส่งผู้ใช้งานนิรนามเข้าไปยังกลุ่มไลน์ หลายๆ กลุ่มโดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งที่ผ่านมามีการแจ้งเตือนการให้ผู้ใช้งานไลน์ให้ระมัดระวังการกดลิงค์ และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในช่องทางเพจเฟซบุ๊ก “ชัวร์ก่อนแชร์” ของศูนย์ ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักงานข่าวไทย และเว็บไซต์ของบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการสืบสวนหาตัวคนร้ายกรณีดังกล่าว ซึ่ง บก.ปอท. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ใช้แอพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ในการติดต่อสื่อสารและปฏิบัติงานราชการต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบ มีผู้ใช้งานไลน์นิรนามเข้ามาในกลุ่มไลน์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะด้วย                      ภายใต้การอำนวยการของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.อ. สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.  พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนี้                       เคสที่  1 ปฏิบัติการตามล่า “LINE Group Hacker” ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2562 ได้จับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1540/2562 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ได้ที่ซอยบุปผาบุรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. พร้อมตรวจ ยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและส่งของกลางตรวจพิสูจน์เพื่อทำการขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป และต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 มีผู้ต้องหามามอบตัวอีก 1 ราย รวมมีผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันทั้งหมด 2 ราย                       พฤติการณ์ในคดี : ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้นำโปรแกรมสร้างลิงค์ดูดข้อมูลกลุ่มไลน์ เมื่อสร้างลิงค์ ไลน์แล้วและมีผู้ใช้งานกดลิงค์ไลน์ดังกล่าว จะถูกดูดข้อมูลลิงค์เชิญเข้ากลุ่มไลน์ เมื่อผู้ต้องหาได้ข้อมูลลิงค์ เชิญเข้ากลุ่มไลน์แล้ว จะส่งผู้ใช้งานไลน์นิรนามเข้ากลุ่ม และแชร์เว็บไซต์ลักษณะลามก ซึ่งแฝงโฆษณา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 12 “เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศฯ” มีอัตรา โทษสูงสุด จำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท , มาตรา 11 ความผิดเกี่ยวกับสแปม “ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข” มีอัตราโทษสูงสุด 100,000 บาท และมาตรา 14(5) “เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกฯ” มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                     หากประชาชนท่านใดเผลอกดลิงค์เว็บไซต์ดังกล่าว ให้ทำการตรวจสอบในแอพลิเคชั่นไลน์ ได้ที่การตั้งค่า>บัญชีผู้ใช้งาน>อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ หากอุปกรณ์ใดที่ท่านไม่เคยใช้งานมาก่อน ให้ทำการออกจากระบบ (Log Out) และหากประชาชนท่านใดพบผู้ใช้งานไลน์นิรนามเข้ากลุ่มไลน์และเผยแพร่ส่งต่อ ข้อมูลลักษณะดังกล่าว ท่านสามารถแจ้งเบาะแสมายัง “ศูนย์ต่อต้านความปลอม” (Anti Fake News Center) ทางเว็บไซต์ antifakenewscenter.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 0 2288 8000 เพื่อจะได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามต่อไป                    เคสที่ 2 ปฏิบัติการจับกุมฉ้อโกงคะแนนสะสมของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ได้จับกุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย ตามหมายเลขจับศาลอาญา 1705/2562 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และนำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือมีข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม” และตรวจค้นหมายศาลของจังหวัดนนทบุรี ที่ 887/2562 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ที่ ต. เสาธงหิน อ. บางใหญ่ จ.นนทบุรี                     พฤติการณ์ในคดี : ผู้ต้องหานำหมายเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหาย มาลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายอีกหมายเลขหนึ่ง ภายใต้หมายเลขบัตรประชาชนเดียวกัน ซึ่งการเปิดซิมการ์ดดังกล่าวนั้น มีเจตนาทุจริตเข้าถึงคะแนนสะสมของผู้เสียหาย ซึ่งทางระบบของผู้ให้บริการจะทำการเก็บคะแนนสะสมไว้ภายใต้หมายเลขบัตรประชาชนเดียวกัน ต่อมาผู้ต้องหาจะทำโอนคะแนนสะสมทั้งหมดมายังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ต้องหาทำการเปิดไว้ เพื่อทำการแลกคะแนนจากแอพพลิเคชั่นกระเป๋าเงินออนไลน์ โดยมีการแลกคูปอง สินค้า และบริการต่าง ๆ จากผู้ให้บริการ เช่น บัตรชมภาพยนต์ คูปองแลกสินค้าอุปโภค บริโภคจากร้านสะดวกซื้อ ต่อมาผู้ต้องหาจึงได้นำคูปองสินค้าเหล่านั้นมาทำการประกาศขายในเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย   ************************  


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.