Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปาฐากถาในงานสัมมนา “TDPG 2.0 : Building Trust with Data Protection” ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยมีนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมฯ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ได้สนับสนุนโครงการจัดทำคู่มือแนวปฎบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Thailand Data Protection Guidelines : TDPG) ตลอดมา นับตั้งแต่ TDPG 1.0 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เนื้อหา สร้างความเข้าใจ ตลอดจนแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้ประกอบการไทยตามมาตรฐานสากล หรือ EU General Data Protection Regulation (GDPR) โดยในปีนี้ โครงการฯ ได้ดำเนินการจัดทำ TDPG 2.0 โดยศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและผลกระทบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีต่อผู้ประกอบการไทย และนำเสนอเนื้อหาของ TDPG 2.0 เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยต่อการดำเนินการภายในองค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานตามกฎหมาย   *********************    

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมเตรียมการเปิดศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (Anti Fake News Center) โดยมีนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1.) แนวทางการดำเนินการเร่งรัดประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 200 หน่วยงาน เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการชี้แจงข้อเท็จจริง 2) ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (Anti Fake News Center) ในรูปแบบของ Digital Warrom ณ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยจะเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการฯ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามกระแสข่าวอยู่ตลอดเวลา (Monitoring Team) พร้อมส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อมูลและเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง 3) ตีกรอบการทำงานให้มีความชัดเจน เน้นข่าวสารที่มีผลกระทบกับสังคม โดยได้มีการกำหนดมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่เป็นมาตรฐาน ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมจัดนิทรรศการ เพื่อการประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการฯ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล   ******************  

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคู่สมรส ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันปิยมหาราช) พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมวางพวงมาลาและพิธีถวายบังคม เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน   *********************  


               นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวรายงานในงาน “Digital Thailand Big Bang 2019 : ASEAN Connectivity” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจทัล (DEPA) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของประเทศไทยในเวที ASEAN Connectivity” ก่อนมอบรางวัล Prime Minister’s Award และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระดับนานาชาติด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ASEAN Connectivity” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การสร้างแรงงานดิจิทัลที่มีทักษะผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การรวมตัวกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศสมาชิกให้มีมาตรฐานและกฎระเบียบข้อบังคับที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกระแสข้อมูลระหว่างประเทศ โดย รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นเหมือนสะพานเชื่อมให้ประชาชนเข้าถึงและสัมผัสประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ยั่งยืน ควบคู่กับการแสดงให้ต่างประเทศได้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีความเชื่อมั่น และนำไปสู่การลงทุนในประเทศในที่สุด   ********************  

                     นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELMIN) ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 24 - 25 ตุลาคม 2562 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยที่ประชุม ได้รับรองเอกสารเชิงนโยบายที่สำคัญคือ ปฏิญญาเวียงจันทน์ (Vientiane Declaration) เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ ยกระดับศักยภาพและนโยบายการส่งเสริมเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น 5G, AI, Big Data, Internet of Thing (IoT) การจัดทำแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 และการรับรองแนวทางสำหรับกลไกการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดนของอาเซียน การรับรองแนวปฏิบัติของอาเซียนเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมบำรุงเคเบิลใต้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับเปลี่ยนชื่อการประชุมจากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELMIN) เป็นการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล (ASEAN Digital Ministers’ Meeting : ADGMIN)  รวมถึงปรับขอบเขตการปฏิบัติงาน (TOR) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอาเซียน โดยในปี ค.ศ 2020 จะเริ่มใช้ชื่อการประชุมนี้แทน รวมถึงที่ประชุมเห็นชอบการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานกลางด้านความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศของอาเซียน ซึ่งจะมีผู้แทนจากสาขาความร่วมมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นผู้แทนเพื่อรองรับและรับมือกับความมั่นคงทางไซเบอร์ของอาเซียนในภาพรวม                        นอกเหนือการประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีอาเซียนด้วยกันแล้ว ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ยังได้มีการประชุมหารือความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาทั้งจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียน ทั้งด้านวิชาการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และงบประมาณในการดำเนินแผนงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บทด้านไอซีทีของอาเซียน รวมถึงการพัฒนาเพื่อรองรับด้านดิจิทัล เช่น 5G ความมั่นคงไซเบอร์ AI IoT เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัล ASEAN ICT Awards 2019 ซึ่งเป็นรางวัลผลงานนวัตกรรมด้านไอซีทีในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้ เป็นที่น่ายินดีว่าผลงานของประเทศไทยได้รับรางวัลจำนวน 4 รางวัล โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล จาก บริษัท โปร-ทอยส์ จำกัด ผลงาน Selfie eXtreme ในประเภท Digital Content และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 รางวัล และรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล   *********************

                 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELSOM) ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 21 - 22  ตุลาคม 2562 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยที่ประชุม TELSOM เป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน ซึ่งมีการพิจารณาเพื่อสรุปความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการตามแผนแม่บท ASEAN ICT Masterplan 2020 โดยผลการประชุมสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน (ATRC) ครั้งที่ 25 ความก้าวหน้าของการจัดทำแผนแม่บท ASEAN Digital Masterplan 2025 การพิจารณาร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ (Vientiane Declaration) การพิจารณาปรับขอบเขตการปฏิบัติงาน (TOR) และเปลี่ยนชื่อเป็นสาขา ASEAN Digital Senior Officials’ Meeting ก่อนจะนำเสนอให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ อาเซียนได้มีการหารือกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการหารือทวิภาคีร่วมกับ นางสาวรูธ เบอร์รี (Ms. Ruth Berry) รองผู้อำนวยการด้านนโยบายการสื่อสารและสารสนเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบาย และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยี 5G   ******************  

                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดำเนินการสืบสวนติดตามคนร้ายที่เข้าป่วนเว็บไซต์ “ชิมชอปใช้” ซึ่งเป็นการขัดขวางหรือรบกวนการลงทะเบียนของประชาชน ทำให้มีการลงทะเบียนได้ยากหรือไม่สามารถเข้าระบบได้เลย โดยจากการนำทีมสืบสวนของ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และได้รับอนุมัติหมายจับตามหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ในข้อหา “กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต่อมามีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ตามมาตรา 13 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในข้อหา “เผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 10” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ   ********************  

                  29 ตุลาคม 2562, ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (29 ต.ค. 62) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นำคณะผู้จัดงานเปิดตัวศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดตัวศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวศูนย์ฯ ในวันศุกร์นี้ (1 พ.ย. 62) ณ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)                    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่ากระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกำจัดข่าวปลอม เน้นว่าเป็นข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะมีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในข่าวที่ถูกต้อง เพื่อประชาชนทุกคนให้เข้าใจ และรู้เท่าทันว่าข่าวไหนปลอมข่าวไหนจริง ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ จะใช้กลไกการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ที่จะมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ สื่อมวลชน ทำหน้าที่ วางแผน กำกับ การดำเนินงาน และแผนการเผยแพร่ตามขั้นตอนการพิจารณาข่าวปลอม การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ ข่าวที่เป็นกระแสโลกโซเชียล อย่างรู้เท่าทันของภาครัฐ                     รวมทั้งมีการติดตาม ตรวจสอบ ข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม และบ่งชี้ข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูล ผลิตข้อมูลที่ถูกต้อง อีกทั้งจัดส่งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องประกอบการดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ และข้อสำคัญขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องต่อประชาชน และสาธารณชน จะผ่านกลไกภาคสื่อสารมวลชน อาทิ เช่น สำนักข่าวไทย สมาคมนักข่าว หรือสื่อหน่วยงานอื่น ๆ  เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  เป็นต้น อีกบทบาทสำคัญของการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม คือ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ สร้างจิตสำนึก รอบรู้เท่าทันเพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องตนเองจากปัญหาข่าวปลอม ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือระบบตรวจสอบข่าวปลอม ให้มีประสิทธิภาพ                     “ข่าวปลอมที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนโดยตรง เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติ เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม ข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมตลอดจนข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ หลัก ๆ จะมี 4 กลุ่ม ดังนี้  1. ข่าวกลุ่มภัยพิบัติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหว เขื่อนแตก สึนามิ ไฟไหม้) 2. ข่าวกลุ่มเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร/หุ้น 3. ข่าวกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น และ 4. ข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าว                    ด้านการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เบื้องต้นได้แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น และระยะยาว โดยมาตรการระยะสั้น เน้นดำเนินการสื่อสารกับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันท่วงทีและโปร่งใส หลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบในลักษณะที่ก่อให้เกิดความสับสน มีแผนกลยุทธ์การสื่อสารในยามวิกฤติที่สามารถตอบโต้กับข่าวปลอมได้ทันท่วงที มีแผนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จัดสร้างเว็บไซต์ที่กำกับและสื่อสารว่าเป็นข่าวปลอม เพื่อช่วยให้ประชาชนตระหนักและรู้เท่าทันข่าวปลอม อีกทั้งเป็นแหล่งสำหรับประชาชนใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้                     ส่วนมาตรการระยะยาว 1.มุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม มีความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูล บรรจุหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในโรงเรียนในการรู้เท่าทันในข่าวปลอมอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรอง 2. กำหนดความรับผิดชอบกับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ภายใต้กรอบความร่วมมือ ส่งเสริมให้มีการยืนยันตัวตนของแหล่งข่าว ใช้ข้อกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ 3. สนับสนุนให้มีองค์กรกลางทำหน้าที่ในการตรวจสอบความเป็นจริง สร้างความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการสื่อออนไลน์ สำนักข่าวต่าง ๆ ในการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพและข้อมูลที่เป็นจริง สร้างเครื่องมือในการวัดความน่าเชื่อถือในข่าว การสนับสนุนเงินทุนเพื่อเป็นรางวัลแก่สื่อที่มีจริยธรรมในการเสนอข่าวที่ดี  และ 4. สร้างเครือข่ายในการวิจัยและพัฒนานโยบายและเทคโนโลยี ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาการสร้างข่าวปลอมที่เป็นขบวนการ (Deep Fakes) ที่มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) สามารถทำให้การจัดการหรือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ภาพ วีดีโอได้มากขึ้น                         “เป้าหมายหลักคือ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีช่องทางเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ป้องกันการแชร์เนื้อหาข่าวที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนสามารถรู้เท่าทันข่าวปลอม โดยกระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมพิจารณาจัดทำเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวก อาทิ web application เว็บไซต์ Anti-Fake News Center มีการทำงานในลักษณะ Online และ Offline เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Fact Checking Network  หรือ IFCN วิธีการแจ้งก็จะแบ่งหมวดการแจ้งตาม 4 กลุ่มหลักตามที่กล่าวข้างต้น ศูนย์ทำหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ และส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งจะมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วแจ้งผลการตรวจสอบกลับมา ประชาชนจะสามารถตรวจเช็คข่าวปลอมได้ทันที เบื้องต้นคาดว่าภายใน 2 ชั่วโมง” นายพุทธิพงษ์กล่าว                      นอกจากนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงาน กับเครือข่ายสังคมออนไลน์รายหลักๆ ได้แก่ Facebook Line และ Google ตลอดจนผู้ประกอบการเครือข่ายมือถือ อาทิ AIS True DTAC และจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสากิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจร่วมกัน อีกทั้งจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติร่วมกัน และเป็นการสร้างเครือข่ายอีกทาง ปัจจุบัน หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการแต่งตั้งผู้แทนประสานงานกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับศูนย์ฯ และต้องได้คำตอบที่ถูกต้อง ชัดเจน และจะดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป                       “กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน ต่อการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมทางโลกดิจิทัล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลหรือข่าวที่มีการตัดต่อข้อมูล เนื้อหา การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากข้อเท็จจริง พร้อมทั้ง ชี้แจงเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับภาคประชารัฐ (หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สมาคม เครือข่ายต่าง ๆ และภาคประชาชน) สามารถตรวจสอบ สอบถาม และร่วมมือในแก้ไขการเผยแพร่ข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าว   **********************

               พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา “Roadmap 5G ดันไทยนำ ASEAN” โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ ณ โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 การสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นโดยเครือมติชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารต่อสังคม และแสวงหาหนทางที่จะทำให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นในประเทศไทยทัดเทียมกับนานาชาติที่ประกาศตัวและมีแผนที่จะดำเนินการ ซึ่งประเทศที่มีเทคโนโลยี 5G จะสามารถจูงใจให้นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเข้าไปในประเทศนั้นๆ มากกว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีล้าหลังกว่า ดังนั้น ประเทศไทย ควรจะมีเทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรม การแพทย์ การเกษตร โลจิสติกส์ และอื่นๆ โดยรัฐบาลไทยได้ประกาศไปแล้วว่าจะเริ่มใช้ 5G ในปีนี้หรือปีหน้า   *******************  






icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.