Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับพลตำรวจตรีไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แถลงผล “ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม” สืบสวนปราบปรามผู้ที่เผยแพร่สื่อในเนื้อหาไม่เหมาะสม โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วม ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ไม่หวังดีก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ทำให้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ตามหมายจับในคดี ซึ่งโพสต์ข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อความเป็นจำนวนมาก จนนำไปสู่การยื่นคำร้องขอหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท    *******************

                    นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวอภิปรายในงาน “HIMSS AsiaPac19 Regional Conference” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์​ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การ Healthcare Information and Management Systems Society (HIMSS) กับกระทรวงสาธารณสุข โดยรองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำเสนอโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการใช้ Telemedicine (พี่หมอช่วยน้องหมอ) ซึ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการให้บริการทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่ห่างไกล ในการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยโครงการดังกล่าวได้คัดเลือกโรงพยาบาลอุ้มผาง และโรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก เป็นโรงพยาบาลนำร่อง มีแพทย์จากโรงพยาบาลอุ้มผาง (รพ.น้อง) จะทำการรักษาผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ จากนั้นระบบจะส่งข้อมูลผู้ป่วยขณะทำการรักษาผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Government Information Network : GIN) ไปยังโรงพยาบาลแม่สอด (รพ.พี่) เพื่อรับการปรึกษา วินิจฉัย และคำแนะนำแนวทางการรักษาให้ช่วยพิจารณาข้อมูลผู้ป่วยพร้อมภาพประกอบ และตอบกลับผ่านระบบห้องแพทย์ออนไลน์ได้ทันที ซึ่งเป็นการช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการแพทย์ ระหว่างแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่กับแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดเล็ก ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญในการรักษาให้แก่แพทย์ ลดความตึงเครียดของแพทย์ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลขนาดเล็ก ทั้งยังช่วยลดความแออัด ลดการรอคอยในการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้ในอนาคต                   รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการพัฒนาสาธาณสุขของไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับทางการแพทย์ให้ได้มากที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ การจัดทำ “แอปพลิเคชันอาสาสมัครออนไลน์ หรือ อสม.ออนไลน์ ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือสื่อสารสำหรับการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม. โดยจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้สะดวก และรวดเร็ว ขณะเดียวกันกระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการทำงานในระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยนำ “อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.)” มาเป็นกลไกหลักทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน มีหน้าที่สำคัญเป็นตัวกลางของกระทรวงฯ ในการรับ – กระจายข่าวสารในพื้นที่ รวมถึงการบริการด้านสาธารณสุขด้วย                     ทั้งนี้ HIMSS ได้มอบรางวัล “HIMSS Future50” ให้แก่รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เนื่องจากเป็นผู้นำที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศในด้านสาธารณสุข และขับเคลื่อนนโยบายของไทยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเหลือประชาชน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางบวกให้กับการบริการทางการแพทย์ นอกจากนี้ Mr. Hal Wolf ประธาน HIMSS ได้เข้าพบหารือกับรองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับ HIMSS อาทิ การจัดฝึกอบรมขั้นพื้นฐานด้านดิจิทัลและไอซีทีให้แก่บุคลากรในโรงพยาบาลหรือประชาชนทั่วไป และการร่วมมือกันจัดทำโครงการที่ส่งเสริมระบบโครงสร้างพื้นฐานแก่โรงพยาบาลในท้องถิ่นทุรกันดาร เป็นต้น   *****************

                    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแนะนำกฎหมายและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “PDPA Privacy for All” ภายใต้ธีมงาน “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วน ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” โดยมีนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุน บรรดานักธุรกิจ ห้างร้าน เอกชน และผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทรา แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 โดย รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ มีผู้คนให้ความสำคัญเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทต่างๆ เชื่อทุกคนมีความปรารถนาดีที่ไม่อยากจะทำผิดกฎหมาย เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบกับความเข้าใจกับภาคธุกิจและประชาชน ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่กำลังจะดำเนินการกัน แม้กระทั่งข้อมูลภาครัฐก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ซึ่งทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ถือเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ เพราะรู้ว่าเทรนด์ของสังคมจะเป็นรูปแบบใด มีจำนวน 70% ของ Data-driven Platforms (การทำงานภายใต้การตัดสินใจด้วยข้อมูล) ซึ่งจะเชื่อมโยงการทำงานของ Big Data ด้วย ทั้งนี้ อยากให้เกิดความสบายใจว่า กระทรวงฯ จะเดินหน้าเรื่องนี้กันอย่างแน่นอน โดยจะทำให้รอบคอบ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ขณะเดียวกันก็อยากให้เปิดใจกว้างรับฟังข้อมูลซึ่งกันและกัน รวมทั้งคำนึงถึงประโยชน์จากการเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล อยากได้ข้อมูลและพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกต้อง ธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างไรในอนาคต มีข้อมูลเริ่มต้น เรื่องของ E-Government  โดยอยากให้คิดว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นของทุกคน และจะได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกัน คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2563 ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมต้อนรับนักลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล   *******************  



                พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เยี่ยมชมภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) หน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้บริหาร พนักงาน และผู้แทนจากภาคเอกชนให้การต้อนรับ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 จากนั้นนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ ASEAN Digital Hub” โดยมอบหมายให้ DEPAเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐสำคัญอย่าง “ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์” พื้นที่เมืองอัจฉริยะในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand) ณ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน และขยายตลาดในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ทดสอบ ทดลองนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนก้าวสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ พร้อมรับเร่งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อาทิ รถไฟฟ้าความเร็วสูง และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจุดต่อเชื่อมสถานีกับพื้นที่ EECd เพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุน และเอกชนในพื้นที่   ******************  

                  กระทรวงดิจิทัลฯ ชูบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รองรับข้อกำหนดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จัดเวทีเสวนาเตรียมพร้อมให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล“PDPA –Privacy for All” ภายใต้แนวคิด “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วนก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” เชิญกลุ่มเป้าหมายกว่า 1,200 คน จากทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น                       นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงฯ ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) ตามข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ตามหลักการเหตุผลและความจำเป็นของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล มีการกําหนดหลักเกณฑ์กลไก หรือมาตรการกํากับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เป็นหลักการทั่วไป ได้กำหนดให้บทบัญญัติในหมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหมวด 4 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบทเฉพาะกาลที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวาระเริ่มแรก มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เพื่อให้มีระยะเวลาการเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวม ก่อนที่บทบัญญัติในหมวดอื่นจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันที่ประกาศ 1 ปี                    ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ในวาระเริ่มแรก) ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ โดยมีนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  โดยในวันนี้ (10 ตุลาคม 2562)สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้จัดให้มีการสัมมนาแนะนำกฎหมายและสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “PDPA –Privacy for All” ภายใต้แนวคิด “คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแลทุกภาคส่วน ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง ทันสมัย ทั่วถึงและเท่าทัน” ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  เพื่อเป็นการแนะนำกฎหมายและแผนการดำเนินงานของสำนักงานฯ แห่งนี้ ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วนถึงบทบาทและหน้าที่ของสำนักงานฯ และที่สำคัญเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับหลากหลายภาคส่วนในการยกระดับองค์กร ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาข้อมูลในด้านต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการดูแลข้อมูลของหน่วยงาน และผู้แทนกลุ่ม/สมาคม/มูลนิธิ ตลอดจนสื่อมวลชน กว่า 1,200 คน เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น                    นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวถึง ปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวม การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งก่อให้เกิด ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม ตัวอย่าง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยที่เกิดขึ้นบ่อย และพึงระวังไว้ จะเป็นเรื่องการขาย โอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของข้อมูลเองไม่ได้ให้ความยินยอม และเรื่องข้อมูลรั่วจากบริษัทป้องกันที่ไม่ดีพอ เช่น ไฟล์บัตรประชาชน ใบขับขี่ ถูกแฮ็ก หรือถูกเรียกค่าไถ่ ตลอดจนข้อมูลรั่วจากการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทางลงบนสื่อโซเชียล เป็นต้น                     นายพุทธิพงษ์ฯ ย้ำด้วยว่า สิ่งที่คนไทยจะได้รับจากกฎหมายฉบับนี้ก็จะตอบโจทย์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขณะเดียวกันก็ช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจและหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ภายใต้มาตรฐานสากล คือ 1.    ป้องกันการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลอันจะเกิดจากการล่วงละเมิด สร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือสร้างความเสียหายใดๆ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทำได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็วในการก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล ตลอดจนต่อเศรษฐกิจโดยรวม 2.    ช่วยแก้ปัญหาการไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าที่ควรเพราะติดกับข้อติดขัดที่ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ที่ผ่านมามีอุปสรรคอย่างมากในการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการสร้างกลไกและมาตรฐานการกำกับดูแลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                 “ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในการสัมมนาครั้งนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับ ไปใช้เพื่อยกระดับองค์กร และเพื่อเป็นการปรับตัวในการเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรับทราบถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสามารถรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมไปเป็นข้อมูลสำหรับจัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติในแต่ละด้านอีกด้วย” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย   **********************




                 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร จำนวน 489 รูป พร้อมวางพวงมาลาและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ต่อมาในเวลา 19.30 น. คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานในสังกัดฯ เข้าร่วมพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน   ****************  

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับนายชิโระ ซะโดะชิมะ (H.E. Mr. Shiro Sadoshima) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 โดย รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านดิจิทัลระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนความร่วมมือด้านต่างๆ เช่น ความร่วมมือด้านไปรษณีย์ ซึ่งจะมีการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ฉบับใหม่ในด้านดังกล่าว เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ภายใต้ศูนย์ ASEAN – Japan Cybersecurity Capacity Building Center นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นประสงค์จะผลักดันความร่วมมือของเมืองอัจฉริยะด้านเกษตรกรรม ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตร ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เน้นย้ำและสนับสนุนให้ภาคเอกชนของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใน Digital Park Thailand จ.ชลบุรี โดยได้สนับสนุนฝ่ายไทยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งฝ่ายไทยและภาคเอกชนของญี่ปุ่นที่ประกอบธุรกิจในไทยด้วย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เชิญชวนภาครัฐและเอกชนชั้นนำจากญี่ปุ่นมาร่วมจัดกิจกรรม “Japan Pavilion” ภายในงาน “Thailand Digital Big Bang 2019” ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา   *****************


                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยารองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม “Global Mobile Broadband Forum ครั้งที่ 10” จัดโดยพันธมิตรอุตสาหกรรม ได้แก่ GSMA และ GTI ที่เมืองซูริค สมาพันธรัฐสวิส 2019 ณ ศูนย์นิทรรศการ Messe Zürich สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 15 - 16 ตุลาคม 2562 สำหรับปีนี้ ธีมงานได้เน้นความเป็นอนาคตของการเชื่อมต่อไร้สาย รวมถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมในอนาคต ด้วยเทคโนโลยี 5G Internet of Things และอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายอื่น ๆ รวมไปถึงเทคโนโลยี AI, Cloud-based VR/AR, The Internet of Vehicles, และหุ่นยนต์ ซึ่งมีไฮไลท์ของงาน ได้แก่ นิทรรศการการใช้ 5G ของ Sunrise, 5G ในเชิงธุรกิจ (5G 8K Live Broadcast, 5G Multiplayer Interactive VR, 5G VR/AR/Live Broadcast) เป็นต้น ในส่วนของการพัฒนา 5G จะต้องมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วน ได้แก่ คลื่นความถี่ (Spectrum) การกำกับดูแล (Regulatory support) และการร่วมมือในแนวราบ (Cross-sector cooperation) จึงจะสามารถพัฒนาโมเดลการใช้งานเทคโนโลยี 5G ของประเทศได้ ทั้งนี้ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับ Mr. Ken Hu รองประธานบริษัท Huawei ถึงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทยที่ควรจะพัฒนาให้ครบทั้ง ecosystem ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (digital infrastructure layer) ระดับข้อมูล (data layer) และการประมวลผล (computing layer) ซึ่งไทยยังต้องการเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น 5G, Cloud, AI เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมถึงการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต   ******************


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.