Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                      นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาในงาน Think Thailand : คิดเพื่อประเทศไทย4.0 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการดิจิทัลฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล สังคมดิจิทัลและความมั่นคงดิจิทัล ด้วยการยกระดับโครงการดิจิทัลพาร์คในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นดิจิทัลวัลเลย์ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ให้บริษัทชั้นนำมาลงทุน วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือของการทำธุรกิจและการลงทุน ส่วนการพัฒนา 5จี ขอยืนยันว่า ภายในปี 2020   ประเทศไทยจะต้องมี 5จี ใช้เพราะ 5จี จะมาเปลี่ยนอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนการพัฒนาดิจิทัลภาครัฐจะพัฒนาBig data โดยกำหนดการพัฒนาตามกลุ่มยุทธศาสตร์ เช่น การท่องเที่ยว สาธารณสุข ฯลฯ จากนั้นจึงเอาBig data ทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ดีรัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งกลุ่มแรงงานโดยจะยกระดับแรงงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเริ่มที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะเป็นที่แรกโดยตั้งเป้าบุคลากร 40000 ใน 1 ปีข้างหน้าที่เกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัล  ซึ่งภาครัฐจะทำตัวเป็นผู้สนับสนุนที่ดีของประชาชนและธุรกิจโดยจะทำลายข้อจำกัดที่จะเป็นปัญหาในการแข่งขันและการทำธุรกิจ   ******************    

                   นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการ eGovernment Forum 2019 โดยมีนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นประธานฯ เมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ห้องวายุภักษ์ 2-4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานฯ ซึ่งภายในงานแบ่งหัวข้อสัมมนาออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ งาน eGovernment Forum งาน Digital HR Forum งาน Big Data & Cloud Computing และงาน ASOCIO Smart City Summit 2019 – Bangkok เพื่อเป็นเวทีที่หน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ได้ร่วมกันติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น และปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง เป็นเหตุทำให้เกิดโอกาสใหม่ ความเสี่ยงใหม่ ความท้าทายใหม่ และความเป็นไปได้ใหม่มากมาย โดยเฉพาะในจังหวะนี้ ที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ A-B-C-D (AI, Block Chain, Cloud, Big Data) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต วิถีการทำงาน รูปแบบการทำธุรกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ธุรกิจ รัฐ และทรัพยากรต่างๆ คาดว่าการประชุมทั้ง 2 วันนี้ จะเกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันเดินหน้าประเทศ และ ภูมิภาคของร่วมกัน ตามเป้าหมายและเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นต่อไป   *******************    

                       นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมอภิปรายในระหว่างการประชุม WSIS Regional Review จัดโดย International Telecommunication Union (ITU) ร่วมกับสหประชาชาติ และคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) ณ อาคาร UNCC ห้อง Conference Room 3 สำนักงานใหญ่ ESCAP กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระดับภูมิภาคเกี่ยวกับกระบวนการทบทวนการดำเนินการตามผลการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยสังคมสารสนเทศ (World Summit on the Information Society หรือ WSIS) ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG) โดยใช้ ICT รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศจากประสบการณ์ความสำเร็จระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ซึ่งในระหว่างการอภิปราย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความสำเร็จจากการดำเนินโครงเน็ตประชารัฐ ซึ่งประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดรางวัล WSIS Project Prizes 2019 ด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสาร (The Winner WSIS Action 2 - Information and Communication Infrastructure) ซึ่งมีประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่งโครงการด้านนี้เข้าร่วมประกวด จำนวน 284 โครงการ   *******************  

                     นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายขจิต สุขุม ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ Mr. Malcolm Johnson รองเลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในโอกาสเข้าพบหารือเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรองปลัดกระทรวงฯ ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 โดยได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและ ICT ระหว่างไทยกับ ITU นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย และ ITU ในโครงการต่างๆ อาทิ กิจกรรมภายใต้การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดทำกรอบความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ระหว่างกระทรวงฯ กับ ITU การพัฒนาเมืองอัจฉริยะร่วมกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน และการจัดฝึกอบรมเยาวชนและบุคคลทั่วไปเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล   ***********************  

                 วันนี้ (26 ส.ค. 62) เวลา 10:00 น. ณ ห้อง MDES ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการของรัฐบาล และกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงดิจิทัลฯ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ให้การต้อนรับและรับฟังแนวนโยบาย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 และมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโอกาสนี้                      พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงาน 9 ข้อ ซึ่งจะครอบคลุมการดำเนินงานพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยในด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 4 ข้อ ได้แก่                     1. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มรายได้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร คนในพื้นที่ห่างไกล มีการนำ e-Commerce เข้ามาสนับสนุน                     2. วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ทันสมัย ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเร่งการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้บริการสาธารณสุขและการศึกษาทางไกลกับประชาชน            3. เตรียมคนไทยให้พร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รู้เท่าทันภัยออนไลน์และ            4. พัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมดิจิทัล รวมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเร่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ                       ในด้านสังคม ประกอบด้วย 2 ข้อ ได้แก่ 1.ช่วยกลุ่มผู้สูงอายุโดยการส่งเสริม และสนับสนุน ให้เข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม 2.เร่งแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ที่กระทรวงฯ กำลังดำเนินการขอให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย และประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน                        ในด้านความมั่นคง ประกอบด้วย 3 ข้อ ได้แก่ 1. บูรณาการความร่วมมือ ในการป้องกันและจัดการภัย จากการโจมตีทางไซเบอร์ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และทวีความสำคัญมากขึ้น 2. เร่งดำเนินการตาม พรบ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ. 3. ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดยบูรณาการทำงาน และดำเนินการตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ อย่างเคร่งครัด                      การดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ ตามที่ได้กล่าวมา ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากร ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น้อมนำ “หลักราชการ”ของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรม ในวิชาชีพข้าราชการที่สำคัญยิ่ง ที่พึงยึดถือเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ ๑๐ ประการ                        พลเอก ประวิตร ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายซึ่งอยากให้กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในการเร่งยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและสร้างความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศน์ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ตลอดจนให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองข้อมูล และสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ                         นอกจากนี้ ยังมอบหมายแนวทางการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสาน Fake News Center เป็นศูนย์กลางของประเทศในการบริหารจัดการข่าวปลอม สร้างการรับรู้ กระจายข้อมูล ข่าวสารที่เป็นจริง ข่าวการเตือนภัยพิบัติ และแจ้งเตือนได้ถึงข่าวปลอมที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที โดยมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประสานความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยและประชาชน ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงลดความเสียหายของประเทศที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างข่าวปลอม                          ท้ายสุด พลเอก ประวิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ชื่นชมกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานเป็นรูปธรรมหลายเรื่อง อาทิ เรื่องเน็ตประชารัฐ ที่ได้รับรางวัลระดับโลก จึงขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกคน ตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความเสียสละอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป นอกจากนี้ ขอให้เร่งทำงานกันมากขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ต้องได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล และประชาชนต้องรู้จักและนึกถึงผลงานกระทรวงฯ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง                          สำหรับภาพรวมการดำเนินงานโครงการเน็ตประชารัฐ ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งาน Wi-Fi เน็ตประชารัฐแล้วจำนวนกว่า 6.83 ล้านคน มีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าใช้งานมากกว่า 7.84 ล้านเครื่อง จากพื้นที่ติดตั้งโครงการที่ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ มีการสร้างผู้นำชุมชนไปแล้วกว่า 1 แสนคนทั่วประเทศเพื่อขยายผลต่อประชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐ 1.2 ล้านกว่าคน ตลอดจนต่อยอดสร้างวิทยากรแกนนำเพื่อแนะนำการใช้ application เน็ตอาสาประชารัฐพร้อมสร้างเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาผู้ดูแลเน็ตประชารัฐประจำจังหวัด (อสด.) นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้จัดให้มีศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีจำนวน 2,277 ศูนย์ทั่วประเทศ เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต รวมถึงสร้างผู้ชำนาญการของชุมชนที่มีทักษะด้านดิจิทัล ให้เกิดประโยชน์โดยการรวบรวมความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและสารสนเทศให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน   *********************

                    รมว.ดีอี ลงพื้นที่ตรวจราชการงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ณ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา  เยี่ยมชมความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ในงาน depa- AMATA-SMART Classroom & AMATA –SMART City Showcase ที่อมตะซิตี้ พร้อมตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการเน็ตประชารัฐบ้านวังสะแก โชว์ความสำเร็จ ใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ขายมะม่วงออนไลน์-เสริมความรู้เกษตร                     วันนี้ (24 สิงหาคม 2562) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ได้ปฏิบัติการกิจลงพื้นที่ตรวจราชการงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ณ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ในโอกาสนี้ได้เข้าเยี่ยมชมงาน depa- AMATA-SMART Classroom & AMATA –SMART City Showcase และรับฟังบรรยายเกี่ยวกับการแนะนำเมืองอัจฉริยะอมตะ ที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี ต่อจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐบ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา             ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้ร่วมกับ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ SMART Classroom @ AMATA EDUTown เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขานรับยุทธศาสตร์ชาติ ในเรื่องการพัฒนากําลังคนดิจิทัล ซึ่งถือเป็นรากฐานของการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งรองรับการพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Thailand 4.0                       นายพุทธิพงษ์ ได้เป็นประธานเปิดตัวเปิดตัวห้องเรียนอัจฉริยะ (depa-AMATA SMART Classroom) ขึ้นเป็นแห่งแรกในอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสำหรับการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล รวบรวมความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมหลัก เช่น  Robotic, Mechatronics, Smart Electronic, Automotive, Internet of Thing (IoT) เป็นต้น และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดเครือข่ายในการพัฒนา EEC Digital Training Hub ในรูปแบบ PPAP (Public Private Academic Partnership) ด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล              “ปัจจุบันกำลังและบุคลากรในสาขาเหล่านี้ ประเทศยังมีความขาดแคลน โดยในปี 2563 depa AMATA SMART Classroom แห่งนี้ จะเป็นสถานที่ในการพัฒนาและยกระดับกำลังคนและบุคลากรสาขาดังกล่าว ซึ่งตั้งเป้าหมายพัฒนากำลังคนและบุคลากร ไม่น้อยกว่า 12,000 ราย และความพิเศษสุด คือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับตนเอง สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา” นายพุทธิพงษ์ กล่าวเสริม                ที่ผ่านมา บมจ.อมตะ ได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยอมตะ ขึ้นในพื้นที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี  โดยเป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการเมืองการศึกษาอมตะ” หรือ AMATA EDUTown เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะ (AMATA SMART CITY) ในพื้นที่อีอีซี มีการจัดการศึกษาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกด้านวิศวกรรม รองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะในพื้นที่อีอีซี และได้เสนอโครงการ Smart University เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการส่งเสริมสนับสนุนแนวทางการพัฒนาบุคลากรทางดิจิทัล และบุคลากรรองรับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ มีการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก หน่วยงานด้านการศึกษาของไทย และสถาบัน Thai German Institute               จากนั้น นายพุทธิพงษ์ พร้อมทั้งนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จการใช้ประโยชน์จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังสะแก จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านทั้งเด็กเล็ก นักเรียนเพื่อการเรียนรู้และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตร /รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับชุมชน โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการเน็ตประชารัฐและประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บมจ.ทีโอที และ ส.อ. จักรกฤษณ์ พิสุทฺธิทร้พย์ ผู้ใหญ่บ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ให้การต้อนรับพร้อมรับนโยบายเร่งต่อยอดพัฒนาการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ               รมว.ดีอี กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงฯ มุ่งตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศโดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐสามารถตอบสนองสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม โดย 24,700 หมู่บ้านเน็ตประชารัฐสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและชุมชน ซึ่งจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐของบ้านวังสะแก มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชนโดยการค้าขายมะม่วงกวนออนไลน์ รวมถึงการเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว               โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รมว.ดีอี ยังได้รับชมการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับฉีดพ่นสารเหลวในพื้นที่เกษตร และร่วมพูดคุยกับเกษตรกรปลูกข้าว และร่วมหาแนวทางเพื่อใช้ดิจิทัลลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อแปลง และใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่าย                นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ได้เร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์โดยได้มอบหมายให้ ทีโอที ดำเนินการพัฒนาความรู้การใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งการพัฒนาทีมสนับสนุนระดับจังหวัด พัฒนาแกนนำอาสาเน็ตประชารัฐ พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลการบ่มเพาะและพัฒนาหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ รวมถึงการจัดประกวดและแสดงผลงานหมู่บ้านเน็ตประชารัฐต้นแบบ นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน กระทรวงฯ ได้เตรียมที่จะขยายจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐทั้งหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกทั่วประเทศ               น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี/หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามงานโครงการเน็ตประชารัฐ และประธานกรรมการบมจ.ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเน็ตประชารัฐ มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวน 6,840,688 คน                         โดยที่ผ่านมาโครงการได้สร้างวิทยากรแกนนำ 1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้ กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐจำนวน 1,224,632 คน พัฒนาผู้นำและเครือข่ายเน็ตอาประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน                 นอกจากนี้โครงการฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสามารถคว้ารางวัล WSIS Project Prize 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITU ได้รับการโหวตติด 1ใน 5 โครงการพื้นฐานของสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย                  ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีโอที ได้ต่อยอดโครงการโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ และ Live 360 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันของประชาชน และรวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อรองรับการเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยศักยภาพด้านบริการโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลของประเทศ                  “ทีโอที พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการสำคัญของประเทศ เพื่อเสริมสร้างการใช้งานและร่วมพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ และนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในการดำรงชีพ สร้างความเข็มแข็งเติบโตให้กับชุมชน นำประเทศไปสู่ความความยั่งยืน” ดร.มนต์ชัยกล่าว                   ทั้งนี้ พื้นที่บ้านวังสะแก ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และที่ผ่านมาประสบความสำเร็จจากการติดตั้งเน็ตประชารัฐ ตามโครงการของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก  ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา/เรียนรู้ สำหรับเยาวชนและนักศึกษาในทุกระดับ 2.ด้านการเกษตร  และ 3. ด้านการท่องเที่ยว ได้พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเกษตรกรรม รวมถึงต่อยอดการใช้ประโยชน์ของสถานที่ติดตั้งเน็ตประชารัฐ ณ บริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ให้เป็นศูนย์บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์   **********************

                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือกับบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ห้องประชุม MDES 2 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 โดยการประชุมครั้งนี้ เพื่อหารือความร่วมมือและผลักดันให้เกิดโอกาสในการช่วยยกระดับและพัฒนาการด้านดิจิทัลต่างๆ ให้กับประเทศไทยในหลายภาคส่วน ทั้งด้านคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม การค้าและ SME รวมถึงการบรรเทาปัญหาจราจรและลดมลพิษให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแกร็บแท็กซี่ เป็นแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทาง การสั่งอาหาร การซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ การส่งของ รวมไปถึงความสะดวกในการชำระเงินผ่านโมบายวอตเล็ต ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดใน 336 เมือง 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึง 16 จังหวัดในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ   *********************

                  นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐบ้านวังสะแก หมู่ที่ 3 ต.ปากน้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเตรียมการสำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเน็ตประชารัฐดังกล่าว ของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ประชาชนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลข่าวสารทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ราคาตลาด สินค้าชุมชน เป็นต้น โดยรองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอให้ทางผู้ใหญ่บ้านนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรให้สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางในการลดต้นทุน ซึ่งจะทำให้สินค้าในพื้นที่มีราคาที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   **********************  

                   นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย เป็นประธานการประชุม ASCN Annual Meeting 2019 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ โดยจัดควบคู่กับการจัดกิจกรรม ASEAN Smart Cities Network Conference & Exhibition 2019 ในรูปแบบ Roundtable Meeting ชูแนวคิด “Advancing Partnership for Sustainability” เพื่อการยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะและร่วมพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 24 สิงหาคม 2562 เป็นกิจกรรมเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อพูดคุยหารือภายใต้แนวคิดสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเชิงลึกเพื่อการผลักดันสู่ยุคสมาร์ทไลฟ์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบยกกำลังที่จะเปลี่ยนชีวิตคนเมืองไปในทางที่ดีขึ้นในอนาคต 2) จะเป็นอย่างไรถ้าเมืองสามารถขับเคลื่อนด้วยรูปแบบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนทั้งจากภาครัฐและเอกชน 3) บทบาทของการออกแบบความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน และ 4) เพื่อเมืองที่ดีกว่า และการกำกับดูแลด้านดิจิทัลที่ดียิ่งกว่าเดิม โดยเน้นเรื่องการกำกับดูแลระบบดิจิทัลเพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสร้างความรับผิดชอบ พร้อมอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัล   ************************

                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 โดยมีนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ โดย รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เข้าเยี่ยมชมและใช้บริการฝากส่งสิ่งของที่เคาน์เตอร์ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ และร่วมการคัดแยกสิ่งของพร้อมใช้เครื่อง Handheld เพื่อสแกนสถานะสิ่งของฝากส่งในขั้นตอนการปิดถุง ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งนี้ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า ปณท นับเป็นหน่วยงานที่อยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลานาน แต่สามารถปรับตัวให้องค์กรมีความทันสมัยและเป็นมืออาชีพ และเจ้าหน้าที่มีความชำนาญในการรู้จักทุกพื้นที่ในประเทศไทย พร้อมกับมอบแนวทางดำเนินการให้พนักงาน/ลูกจ้าง ปณท ปฏิบัติร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กร ทั้งยังเป็นผู้นำในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ พร้อมย้ำให้ชาว ปณท ที่ทำหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความพึงพอใจและประทับใจให้กับชาวไทยทุกคน   ************************

               นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พันฒพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางปิยนุช วุฒิสอน เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมหารือกับผู้แทนสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ สำหรับการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อหารือความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาประเทศ โดย รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวถึงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้วางโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว และมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาต่อยอดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เช่น การพัฒนาเกษตรกร​ให้สามารถใช้ดิจิทัลในการพัฒนากระบวนการปลูกพืชได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยี ​5G ให้สามารถใช้งานพร้อมกันทั้งประเทศได้ภายในปี 2020 ซึ่งกระทรวงฯ ยังจะสนับสนุนให้ไทยเป็น Digital Hub ของ ASEAN​ และพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล โดยโครงการเร่งด่วนที่จะทำต่อไป เช่น การจัดทำ Big Data ของภาครัฐในภาคส่วนต่างๆ เช่น บูรณาการ Big Data ด้านการท่องเที่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ภาคเอกชน ประกอบการวางแผนทำธุรกิจในอนาคต ทางด้านสภาดิจิทัล​ฯ ก็ได้จัดทำแนวทางความร่วมมือที่สอดคล้องกับแผนของกระทรวงฯ แสดงให้เห็นถึงมุมมองของรัฐและเอกชนในการพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   ************************

                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรร่วมเสวนาในหัวข้อ “Bullying & Face News ทันเกมสารพัดพิษออนไลน์สังคมไทย” ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 โดยเวทีเสวนาดังกล่าว จัดขึ้น เพื่อระดมวคามคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และค้นหาแนวทางการแก้ไข การรับมือ การรู้เท่าทัน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาสื่อปลอดภัย เพื่อตกผลึกไปสู่แนวทางการปฏิบัติและความเข้าใจในหลักการของการเลือกเสพสื่ออย่างสร้างสรรค์ของภาคประชาชนต่อไป รวมทั้งการสร้างนิเวศสื่อที่ดีต่อสังคมไทยในอนาคต ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความเข้าใจให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ความรุนแรงของข่าวปลอมที่เกิดขึ้น ทั้งยังหาทางออกร่วมกันถึงแนวทางการป้องกันตนเองจากข่าวปลอมต่างๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการถูกกลั่นแกล้งหรือตกเป็นเครื่องมือการกลั่นแกล้งกับบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน   *************************  

                  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน หรือ ASEAN Smart Cities Network : ASCN 2019 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ GMM LIVE HOUSE เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน และนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวรายงาน ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการต่างประเทศ จัดงานดังกล่าวขึ้น พร้อมดึง 26 สมาร์ทซิตี้นำร่องอาเซียนจาก 10 ประเทศสมาชิก ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานพัฒนาเมืองของแต่ละเมืองนำร่องอย่างเป็นรูปธรรมประจำปี โดยงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการประชุม ASCN Annual Meeting 2019 ในรูปแบบ Roundtable Meeting ชูแนวคิด “Advancing Partnership for Sustainability” เพื่อการยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะและร่วมพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมจัดงาน ASEAN Smart Cities Network Conference & Exhibition 2019 กิจกรรมออกบูธนิทรรศการเมืองอัจฉริยะจากประเทศสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 60 ราย   ************************

                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานประกาศเกียรติคุณของยูเนสโก (100 ปี กำพล วัชรพล) อดีตผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน และเปิดพิพิธภัณฑ์นายกำพล วัชรพล ณ สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562   ******************

                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ได้ให้การต้อนรับผู้แทนจาก บริษัท เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ “เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป” เป็นบริษัททำธุรกิจด้านท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วยเครื่องหมายการค้าด้านการท่องเที่ยว การเดินทาง และการจองที่พักและโรงแรมกว่า ๒๐๐  เครื่องหมาย มีผู้ใช้บริการกว่า ๖๐๐ ล้านคนทั่วโลกต่อปี ปัจจุบันเครื่องหมายการค้าชั้นนำเปิดดำเนินการในประเทศไทย อาทิ Trivago และ AirAsiaGo โดยมีผู้ใช้บริการลงทะเบียน บนแพลตฟอร์มดังกล่าวกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย สำหรับการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ เพื่อแนะนำบริษัทฯ ในระหว่างที่บริษัท ฯ เดินทางมาประชุมในงานประจำปี US-ASEAN Business Council ณ ประเทศไทย นอกจากนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืน โดยได้มีการร่วมมือกันในโครงการต่างๆ   ********************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.