Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,883 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,125 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,122 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดในไทย ผู้ติดเชื้อกว่า 70% มีอาการเจ็บคอรุนแรง อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปล่อยเลขล็อคกองสลาก งวดวันที่ 1 มิ.ย. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยระวังอิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีจังหวัดกระบี่ หากให้อเมริกาใช้ฐานทัพ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง จองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่าน TikTok อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน อีโบลาระบาดเร็ว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 220 ราย ยอดผู้ป่วยต้องสงสัยในคองโกสูงกว่า 1,100 คน เข้าไทยมาแล้ว 100 คน อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรุงไทยใจป้ำ เปิดสินเชื่อให้พ่อค้า แม่ค้า ปิดหนี้ ผ่านบัญชี TikTok ktb1148 อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง การทางพิเศษฯ ส่ง SMS เรียกเก็บค่าผ่านทาง อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ทองคำเปลวตกแต่งอาหาร ที่ผลิตจากทอง 99.6% สามารถกินได้ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดในไทย ผู้ติดเชื้อกว่า 70% มีอาการเจ็บคอรุนแรง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97%), XEC (9.14%) ซึ่งในปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้พบว่า สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น ในส่วนของสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วยหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 ซึ่งพบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,919 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,166 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,151 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 13 ข้อความ และช่องทาง Facebook 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 15 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. ส่ง SMS แจ้งคืนค่าประกันมิเตอร์ ตามนโยบายลดค่าไฟฟ้า อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง จ.ระยองพบผู้ติดเชื้อ Vibrio Valnificus ที่มาจากหอยแครงและหอยแมลงภู่ 2 ราย อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง DE จัดตั้งโครงการ TH-AI Passport แจก AI ฟรีให้คนไทย 5 ล้านคน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านบ้านผักกาด ไม่เคยถูกปิด มีการส่งสินค้าไปกัมพูชาตลอด อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง อีโบล่า คือโรคไข้เลือดออกปกติ มีอัตราการเสียชีวิตน้อย อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลจีนทุ่มเงินแสนล้าน ยึด 7 โปรเจกต์คมนาคมไทย สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กฟภ. ส่ง SMS แจ้งคืนค่าประกันมิเตอร์ ตามนโยบายลดค่าไฟฟ้า” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่มีนโยบายแนบลิงก์ไปกับ SMS เพื่อแจ้งผู้ใช้ไฟฟ้าให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านลิงก์โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าผ่านทางเว็บไซต์ www.pea.co.th เท่านั้น ทั้งนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคสามารถตรวจสอบยอดค่าไฟฟ้า ผ่านทางเว็บไซต์ www.pea.co.th แอปพลิเคชัน PEA Smart Plus โทรสายด่วน 1129 PEA Contact Center หรือ ติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,876 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,129 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,128 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกิดปรากฏการณ์ปลาตายเกยหาดที่ชายทะเลปากน้ำ จ.ชุมพร อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมชลประทาน จัดทำแบบแผนการซ่อมแซมคลอง ร.1 โดยต้องใช้งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศงดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ วันที่ 3 - 4 มิ.ย. 69 อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชา ซื้อหัวโขนจากไทย เพื่อเอาไปเป็นต้นแบบ อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ภาวะลิ้นขนดำ เกิดจากการใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไป อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บาทต่อวัน ผ่านลิงก์ SMS อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขนจรวด RM-70 ประชิดชายแดน ประกาศพร้อมรบ 100% สำหรับข่าวปลอมที่น่าสนใจ คือ เรื่อง “กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บาทต่อวัน ผ่านลิงก์ SMS” กระทรวงดีอีได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง พบว่า ข้อความ SMS ดังกล่าว ได้แนบ “ลิงก์ปลอม” ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์ที่แนบมากับ SMS ที่มิจฉาชีพแอบอ้างให้รับสิทธิหรือเงินช่วยเหลือ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการโดนนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ตลอดจนสูญเสียทรัพย์สิน ทั้งนี้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00-22:00 น. ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ไม่มีช่องทางอื่น และหน่วยงานรัฐฯ ไม่มีนโยบายส่ง SMS แนบลิงก์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,878 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,191 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,191 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง อนุมัติปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท/เดือน   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง สธ. ประกาศให้หลีกเลี่ยงเดินทางไป 6 ประเทศ และเฝ้าระวัง 8 จังหวัดในไทย หลังโควิด 19 และไข้หวัดใหญ่ระบาดรุนแรงอีกครั้ง   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กรมทางหลวงเตรียมปิดไฟถนนบางช่วง เวลา 22.00-06.00 น.   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง น้ำมันไทยยังคงผ่านช่องเม็กไปยังกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม หากไทยจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ห้วยตามาเรีย ต้องได้รับความยินยอมจากกัมพูชาก่อน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ดื่มนมดิบบูด ช่วยดีท็อกซ์สิวออกจากร่างกาย และทำให้ตัวสูงขึ้น   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน ส่งเอกสารให้โอนเงินเพื่อปลดล็อกเงินรางวัลลอตเตอรี่ต่างประเทศ   สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “อนุมัติปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท/เดือน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการประกาศอนุมัติปรับเบี้ยผู้สูงอายุ และไม่มีการจ่ายเงินในอัตราดังกล่าวแต่อย่างใด ยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยจ่ายตามช่วงอายุ ดังนี้ อายุ 60–69 ปี ได้รับ 600 บาท / อายุ 70–79 ปี ได้รับ 700 บาท / อายุ 80–89 ปี ได้รับ 800 บาท / และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------------------------------

ประกาศการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรองเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น กลุ่มตำแหน่งอำนวยการทั่วไป ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

นที่ 2 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การรณรงค์สร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม เนื่องในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจ Pride Month และการสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับคณะรัฐมนตรี พร้อมได้รับการติดเข็มกลัด Road to Bangkok WorldPride 2030 จากคณะผู้แทน Pride City Network ณ โถงตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 149 รูป ถวายพระราชกุศล และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 149 รูป ถวายพระราชกุศล และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,822 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,980 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,979 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง MRT เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิ.ย. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทางการไทยและกัมพูชามีมาตรการผ่อนปรนให้เปิดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ให้เด็กมาเรียน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับแรงงานประเทศออสเตรเลีย สัญญาจ้าง 3 ปี ภายใต้กระทรวงแรงงาน ผ่านเพจ ชื่อ นุ่น แล้วไง อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ชาเขียว ใช้ช่วยลดผมร่วงได้ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งให้ทุนการศึกษาเด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หญิงวัยทอง อ้วน และมีรอบเอวเกินกว่า 32 นิ้ว เสี่ยงป่วย 5 มะเร็งร้ายแรง สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ออกหนังสือกำชับการปฏิบัติในการงดการเดินทางผ่านเข้า-ออกชายแดนไทย-กัมพูชาของบุคคลและยานพาหนะ และจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าทุกกรณี อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมาย โดยจากการตรวจสอบในส่วนของ สตม. ไม่พบชาวกัมพูชาลักลอบข้ามชายแดนไทย-กัมพูชาไปมา และลักลอบอาศัยในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วตามที่ข่าวกล่าวอ้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 20.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาว แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธี ณ ท้องสนามหลวง

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับพร้อมร่วมหารือกับ คณะผู้แทนฝรั่งเศส นำโดยนายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) ผู้แทนพิเศษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศอาเซียน และรองประธานสมาคมนายจ้างฝรั่งเศสในต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนฝรั่งเศส พร้อมกับผู้แทนภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   โดยการประชุมในครั้งนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ฝรั่งเศส และความเป็นไปได้ถึงการเปิดตลาดใหม่ และขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลของบริษัทฝรั่งเศสในไทย รวมถึงความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน ความมั่นคงทางไซเบอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีควอนตัมมาประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมกับการสร้างธรรมาภิบาลต่อการนำเทคโนโลยีควอนตัมมาใช้ พร้อมทั้งการใช้ทรัพยากรและพลังงานต่อ Data Centre อย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากสำนักปลัดกระทรวงฯ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าร่วมการหารือดังกล่าว  

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,658 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,733 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,728 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง มันแกวมีวิตามินสูงกว่าแอปเปิล 400 เท่า   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ซุปกระดูกเป็นสุดยอดอาหารฟื้นฟูร่างกาย   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรีห่างกทม. 200 กม. สะสมพลัง 100 ปี พร้อมปล่อยพลัง 7.0 ริกเตอร์   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาขุดพลอยในดินไทยจนคลองเปลี่ยนเส้นทาง   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ใช้ไทยช่วยไทยพลัส ชำระค่าโดยสาร รถไฟฟ้า BTS ได้   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยพบยอดติดเชื้อโควิด เดือนพฤษภาคม 2569 พุ่งถึง 10,000 กว่าราย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยมาจากมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง “การเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ การกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ และการรับเงินค่าเช่าห้อง” ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร    นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 และในช่วงระหว่างวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจร และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิกเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างประกาศ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) เรื่องหลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0205 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.