Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านดิจิทัล (Digital Policy Committee: DPC) ครั้งที่ 99 ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนาย Yoichi Lida จากประเทศญี่ปุ่น ประธานคณะกรรมการ DPC เป็นประธานฯ   ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวปฏิบัติของประเทศสมาชิก OECD ต่อประเด็นสำคัญด้านดิจิทัล รวมถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานโดยคณะทำงานย่อยต่าง ๆ ภายใต้คณะกรรมการ DPC   สำหรับการประชุมในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุม OECD ได้รับทราบและร่วมหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ แผนงบประมาณของ OECD ระหว่างปี 2570 - 2573 การนำเสนอรายงานแนวโน้มด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของ OECD ประจำปี 2569 (OECD DESO 2026) ความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะทำงานว่าด้วยความเป็นส่วนตัวในการบริหารจัดการข้อมูล (WP DGP) และการไหลเวียนข้อมูลอย่างมีความน่าเชื่อถือ (DFFT)    รวมถึงการนำเสนอแผนและยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลระดับชาติของสมาชิก OECD ได้แก่ เอสโตเนีย ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ และโปรตุเกส   ในส่วนของกระทรวงดีอี ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ภายใต้คณะกรรมการ DPC และคณะกรรมการสถิติและนโยบายด้านสถิติ (CSSP) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยภายในปี 2571


วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อความโปร่งใส : ถอดบทเรียน ITA สู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) พร้อมถอดบทเรียนจากผลการประเมินที่ผ่านมา เพื่อนำไปปรับใช้และพัฒนาการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสยิ่งขึ้นในอนาคต

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าประชุมการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อมุ่งเน้นการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-ภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกภาคส่วน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฯ พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล


วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด "ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน" มุ่งยกระดับการให้บริการภาครัฐ ลดขั้นตอน ลดเอกสาร เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   สำหรับงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ มุ่งสู่การยุติการขอสำเนาเอกสารนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษ เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,783 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,792 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,782 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 17 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง 18 พ.ค. 69 แผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 5.3 ตึกสูงใน กทม. รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก บุญชรัส ธนโชติ ได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงาน ให้รับแรงงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ดื่มน้ำอัดลม 100 มล. ทุกวัน ช่วยละลายนิ่วได้   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เตือนประชาชนริมน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งจากปริมาณฝนสะสม   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ปัตตานี เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ ควันพวยพุ่งเป็นวงกว้างกลางดึก   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง วันที่ 14 พ.ค. 69 โคราชพบสุนัขติดโรคพิษสุนัขบ้ากลางเมือง   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง คนไทยเจาะบ่อบาดาลขออนุญาต แต่ต่างด้าวทำกิจการปิโตรเคมีได้โดยไม่ต้องขออนุญาต   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “18 พ.ค. 69 แผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 5.3 ตึกสูงใน กทม. รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเมื่อเวลา 09.05 นาที ของวันที่ 18 พ.ค. 69 เกิดแผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา มีขนาด 5.3 ความลึก 10 กม. อยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย ประมาณ 23 กม.    ทั้งนี้ ความรุนแรงยังไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเตือน CellBroadCast ในแผ่นดินไหวขอบเขตที่ 2 (พื้นที่รอบนอกประเทศไทย) ซึ่งจะส่ง CellBroadcast เมื่อมีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 6.0 ขณะนี้ยังไม่มีอาฟเตอร์ช็อค และยังไม่มีรายงานความเสียหาย   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมบันทึกวีดิทัศน์อาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ในนามคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมบันทึกวีดิทัศน์อาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ในนามคณะกรรมการอำนวยการ กอ.รมน. และกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมหารือกับคณะผู้แทนของ OECD นำโดย Ms. Audrey Plonk /ตำแหน่ง Deputy Director Directorate for Science,Technology and Innovation ในประเด็นกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD รวมถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Global Partnership on Artificial Intelligence: GPAI) ของไทย ในการประชุม Digital Policy Committee (DPC) ครั้งที่ 99 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส   ในการนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือและการสนับสนุนจาก OECD ในขั้นตอนการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมของคณะกรรมการ DPC อันจะประกอบไปด้วยการจัดส่งแบบสอบถาม (Questionnaires) ให้แก่หน่วยงานไทย ภารกิจเยือนประเทศไทยเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง (Fact-finding) โดยกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะ เป็นผู้ให้ข้อมูลในส่วนดังกล่าว ก่อนไทยพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติภายในประเทศให้มีความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีของ OECD ต่อไป   นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อการเข้าเป็นสมาชิก GPAI ซึ่งเป็นความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการ DPC เพื่อขับเคลื่อนการนำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยสอดคล้องกับหลักการของ OECD ซึ่งไทยอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นหนังสือแสดงเจตนารมณ์ในการปฏิบัติตามข้อแนะนำ    ทั้งนี้คาดว่า การเข้าร่วม GPAI จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการรับทราบและแลกเปลี่ยนแนวทางและประสบการณ์ในการดำเนินงานด้าน AI ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการกำหนด แนวนโยบายที่ครอบคลุม ทันสมัย และมีมาตรฐานทัดเทียมสากล   ขณะเดียวกันที่ประชุมได้มีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างกันในหลายประเด็น อาทิ ประเด็นด้าน Digital-EnergyNexus การใช้พลังงานสำหรับ Data Center การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสถิติด้าน Connectivity ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล แนวทางการปรับปรุงวิธีการคำนวณ Digital Contribution to GDP ในอนาคต การมีส่วนร่วมใน AI Policy Toolkit และ AI Workshop ของ OECD    รวมถึงความร่วมมือระดับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น OECD World Bank ADB ในส่วนของการสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทด้านดิจิทัล (Master Plan) ของประเทศไทย และ แนวทางการผลักดันสถานะของไทยในฐานะ Regional Digital Hub สำหรับภูมิภาคอาเซียน   ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้แทน OECD เพื่อดำเนินการตามกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิกฯ ตามกรอบกำหนดเวลาใหม่ของประเทศไทยภายในปี 2571 และพิจารณาการเข้าร่วมเป็นสมาชิก GPAI ต่อไป

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,866 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,241 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,240 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ เรื่อง โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เครียดนานสะสม เสี่ยงอัมพาต   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ ผ่าน TikTok cream.sitapat   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนชาวมุสลิมไปแสวงบุญฮัจญ์   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาแจ้งโครงการของรัฐบาลไทย ไทยช่วยไทย เลียนแบบโครงการ เขมรใช้เขมร   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ทหารไทยเจอทุ่นระเบิดแบบลวดสะดุด ในพื้นที่ชายแดนสระแก้ว   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง มีคำสั่งปิดข่าว เพื่อดูแลฝั่งกัมพูชา กองทัพบกไร้ความเคลื่อนไหวต่อเหตุ M79 ตกพื้นที่ห้วยตามาเรีย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวอิสราเอลติดธงชาติประเทศตนเองบนเกาะพะงัน   อันดับที่ 8 ข่าวบิดเบือน เรื่อง WHO ประกาศการระบาดของอีโบลาในดีอาร์คองโกขณะนี้ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เครียดนานสะสม เสี่ยงอัมพาต” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยความเครียดเรื้อรังสะสม มีหลักฐานวิชาการทางการแพทย์ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติทั่วโลกว่าก่อให้เกิดการแข็งตัวของผนังหลอดเลือดแดงได้ ทั้งนี้การแข็งตัวของผนังหลอดเลือดแดง เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ เป็นต้น   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------------

ทุกวันนี้ “ภัยออนไลน์” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะเพียงแค่กดลิงก์ผิด โอนเงินเร็ว หรือหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ก็อาจทำให้สูญเงินในพริบตา ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก มีประชาชนถูกหลอกแล้วกว่า 106,381 คดี สูญเงินกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมเผย “5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต” ที่ประชาชนต้องระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป   5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตที่ต้องระวัง   1. หลอกขายสินค้าและบริการ 72,532 คดี (67.68%) ยังคงเป็นภัยออนไลน์อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นเกือบ 70% ของคดีออนไลน์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง และอาศัยพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชนเป็นช่องทางก่อเหตุ   โดยมิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอม ร้านค้าออนไลน์ปลอม หรือบัญชี IG ปลอม หลอกขายสินค้าในราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้รีบโอนเงิน บางกรณียังแอบอ้างเป็นบริษัทขนส่ง แจ้งให้ชำระ “ค่าธรรมเนียม” หรือ “ค่าพัสดุตกค้าง” ผ่านลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลและดูดเงินจากบัญชี   จุดสังเกตสำคัญ • ราคาถูกผิดปกติ  • เร่งให้โอนเงินทันที  • ไม่มีหน้าร้านหรือข้อมูลตรวจสอบได้    2. หลอกจ้างงาน/หารายได้พิเศษ 16,910 คดี (15.89%) มิจฉาชีพจะประกาศรับสมัครงานออนไลน์ อ้างว่า “ทำงานที่บ้าน รายได้ดี” เช่น งานกดไลก์สินค้า รีวิวสินค้า หรือแพ็กของ ช่วงแรกอาจมีการโอนเงินจริงเพื่อสร้างความเชื่อใจ ก่อนหลอกให้ลงทุนเพิ่ม หรืออ้างว่าต้องเติมเงินเพื่อปลดล็อกรายได้ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้   จุดสังเกตสำคัญ • รายได้สูงเกินจริง  • ขอให้เติมเงินก่อนทำงาน  • อ้างผลตอบแทนเร็วภายในไม่กี่วัน    3. หลอกโอนเงินรับรางวัล 6,673 คดี (6.27%) มักมาในรูปแบบ SMS หรือข้อความแจ้งว่า “คุณได้รับรางวัล” พร้อมแนบลิงก์ให้กดรับสิทธิ เมื่อกดลิงก์ อาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลดแอปฯ อันตราย หรือดูดเงินจากบัญชีธนาคาร   จุดสังเกตสำคัญ • ส่งลิงก์แปลกปลอม  • แจ้งว่าได้รับรางวัลทั้งที่ไม่เคยร่วมกิจกรรม  • เร่งให้กดยืนยันสิทธิทันที    4. ข่มขู่แล้วหลอกให้โอนเงิน 6,324 คดี (5.94%)  รูปแบบการโกงที่พบบ่อยคือ “แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงาน” มักอ้างว่าเป็นตำรวจ, เจ้าหน้าที่ DSI, ปปง., หรือพนักงานค่ายมือถือ บางราย “สร้างเรื่องราวให้ตกใจ” แจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น การฟอกเงิน, ค้ายาเสพติด หรือมีพัสดุผิดกฎหมายถูกตีกลับ   จุดสังเกตสำคัญ  • อ้างให้โอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” หรือ “แสดงความบริสุทธิ์ใจ” • กำชับว่าเป็น “คดีลับ” และห้ามวางสายหรือห้ามติดต่อบุคคลอื่น • หากมีการวีดีโอคอลร่วมด้วย ให้สังเกตความผิดปกติของภาพ การพูด อากัปกิริยา ว่าเป็นคนจริง หรือ AI    5. หลอกให้กู้เงิน 3,942 คดี (3.71%) มิจฉาชีพจะโฆษณา “อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิต” ผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปฯ เงินกู้เถื่อน เมื่อติดต่อไปจะถูกเรียกเก็บ “ค่าดำเนินการ” หรือ “ค่าประกัน” ก่อน แต่สุดท้ายไม่ได้รับเงินจริง   จุดสังเกตสำคัญ • ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อนอนุมัติ  • ไม่มีที่ตั้งบริษัทชัดเจน  • ใช้บัญชีบุคคลธรรมดารับเงิน     แนวทางป้องกันตนเอง “ยึดหลัก 4 ไม่”  1. ไม่กดลิงก์แปลกปลอม หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จาก SMS หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ  2. ไม่เชื่อคำโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะโปรโมชันที่ดูดีเกินจริง หรือผลตอบแทนสูงผิดปกติ  3. ไม่รีบโอนเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนตัดสินใจ  4. ไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หากเป็นการลงทุนหรือซื้อขายกับบริษัท และควรตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ชัดเจน   หากประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุและขอระงับบัญชีได้ที่ สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนได้อย่างทันท่วงที   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Top Executives) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้รับมอบหมายให้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ณ ห้องประชุม CB 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา และผ่านระบบ Video Conference

ดีอี ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา สสช. ครบรอบ 63 ปี   วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ครบรอบ 63 ปี โดยมี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสถิติแห่งชาติ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.