Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ประกาศกำหนดวัน เวลา วิธีการเข้ารับการสัมภาษณ์/แสดงวิสัยทัศน์ เพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรองสำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,986 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 845 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 828 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 12 ข้อความ และช่องทาง Facebook 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 10 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ซองกันชื้นที่ใส่มากับขวดยา หลังเปิดใช้งานแล้ว จะกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาเป็นหนี้ประเทศไทยเกือบ 2 พันล้านบาท และยังไม่ได้จ่ายคืน   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กินข้าวที่แช่ในตู้เย็น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ใช้มือเปล่าจับหมูดิบ เสี่ยงเป็นไข้หูดับ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ มาเลเซีย เรียกร้องให้ไทยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่กัมพูชาร้องขอ 5,000 ล้านบาท   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งห้ามขายน้ำมันให้กัมพูชา ฝ่าฝืนต้องโทษสูงสุด   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง บริษัทจัดหางาน เอ็มพาวเวอร์สกิล โซลูชั่นส์ เปิดเพจผ่านตัวแทนรับสมัครแรงงานไปทำงานออสเตรเลีย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ซองกันชื้นที่ใส่มากับขวดยา หลังเปิดใช้งานแล้ว จะกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ในกรณีที่เกี่ยวกับ “ซองกันชื้นและสำลีในขวดยา” ที่หลายคนเข้าใจว่าควรเก็บไว้ตลอดการใช้งานนั้น ตามหลักเภสัชกรรม เมื่อเปิดขวดยาแล้ว ควรนำสำลีออกทันทีเพราะมีไว้เพียงกันกระแทกระหว่างขนส่ง และไม่ควรใส่กลับเข้าไป เนื่องจากอาจนำความชื้นและสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ยาได้   ในส่วนของซองกันชื้น แม้จะมีหน้าที่ดูดความชื้นในขั้นตอนการผลิต แต่เมื่อเปิดใช้งานบ่อยครั้ง ซองจะดูดความชื้นจากอากาศและอาจกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน ทำให้ตัวยาด้านในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น   ดังนั้น การเก็บรักษายาที่ถูกต้อง เช่น เก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ปิดฝาให้สนิท และหลีกเลี่ยงความชื้นและความร้อน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ยายังคงประสิทธิภาพในการรักษาได้อย่างเหมาะสม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยา และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรักษา ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  ประชุม “ชี้แจงการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC เพื่อเตรียมการรองรับนโยบาย WFH ในระดับจังหวัด” ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) จังหวัด เพื่อรองรับนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home: WFH) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ VDO Conference

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,893 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,615 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,610 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง อาการชาปลายมือชาปลายเท้า เป็นสัญญาณของโรคร้าย   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง บขส. ตรึงราคาตั๋วโดยสารถึงวันที่ 19 เม.ย.69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย อาจส่งไม่ถึงมือคนไข้โดยตรง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ฉก.ลาดหญ้า ร.29 จับกุมผู้ลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 1,260 ลิตร ไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่าน จ.กาญจนบุรี   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง แท็กซี่ประกาศหยุดวิ่งทั้งจังหวัดภูเก็ต   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โรคสะเก็ดเงินหรือโรคเรื้อน เป็นโบราณโรค ต้องรักษาด้วยยาสมุนไพรเท่านั้น   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “อาการชาปลายมือชาปลายเท้า เป็นสัญญาณของโรคร้าย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” อาการชาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่มักไม่อันตราย เช่น ชาจากการนั่งหรือนอน ทับแขนหรือขานาน ๆ ซึ่งเป็นเพียงชั่วครู่และหายไปเอง แต่บางลักษณะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่    1. อาการชาที่เกิดขึ้นทันทีทันใดโดยเฉพาะครึ่งซีกของร่างกาย เช่น ชาที่หน้า แขน หรือขาข้างใดข้างหนึ่ง อาจร่วมกับอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง หรือการมองเห็นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง 2. อาการชาร่วมกับอ่อนแรงหรือขยับแขนขาได้ลำบาก ทำของตกบ่อย หรือเดินแล้วเท้าลาก  3. มีอาการชาร่วมกับควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือกลั้นไม่ได้  4. อาการชาที่ลุกลามเร็วจากปลายมือปลายเท้าขึ้นมา   5. อาการชาที่เป็นนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น  6. อาการชาที่มีการทรงตัวผิดปกติร่วมด้วย เช่น เดินเซหรือทรงตัวลำบาก   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงดีอี โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 405 อาคารรัฐสภา



นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 8 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,888 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,666 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,665 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ควบคุมราคา ซอสปรุงรส-น้ำดื่ม-เม็ดพลาสติก 1 ปี ป้องกันขึ้นราคาเอาเปรียบ   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับตัวแทนรับงานพับถุงกระดาษทำที่บ้าน ผ่านเพจ ไทยรักไทย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง รัฐบาลเตรียมกำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หลังเทศกาลสงกรานต์   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 1 ปี เริ่ม 7 เม.ย. 69   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เครื่องบินทหารสหรัฐฯ ขึ้น-ลงสนามบินกระบี่วันละหลายเที่ยว เพื่อสับเปลี่ยนกำลังพลรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดยื่นเอกสารการกู้ ผ่านบัญชี TikTok bblhappy114   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออก 13 มาตรการ ช่วยเหลือเกษตรกรจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน โฆษณาปล่อยกู้สินเชื่อออนไลน์ผ่านยูทูป ไม่ใช่ลูกค้าธนาคารก็ยื่นกู้ได้   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ควบคุมราคา ซอสปรุงรส-น้ำดื่ม-เม็ดพลาสติก 1 ปี ป้องกันขึ้นราคาเอาเปรียบ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าด้านพลังงาน และวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มเม็ดพลาสติก จนอาจทำให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน    ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงกำหนดให้ซอสปรุงรส น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติม เพื่อดูแลป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย หรือการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรม   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------

วันหยุดยาวสงกรานต์คือช่วงเวลาทองสำหรับคนที่อยากพักผ่อน ขณะเดียวกันมิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสช่วงวันหยุดยาวนี้หลอกลวงประชาชนด้วยกลโกงใหม่ที่แนบเนียนกว่าเดิม ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ AOC 1441 เปิดเผยว่า โจรออนไลน์กำลังพัฒนากลโกงให้ซับซ้อนและแนบเนียนยิ่งขึ้น โดยอาศัยช่วงเทศกาลนี้ มาดูกันว่า 4 กลโกง มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้หลงกลตกเป็นเหยื่อ 4 กลโกงช่วงสงกรานต์ที่ต้องระวัง 1. หลอกจองที่พัก / ตั๋วเดินทางปลอมช่วงเทศกาลสงกรานต์ รูปแบบการหลอกลวงมิจฉาชีพจะเปิดเพจหรือเว็บไซต์ปลอม ราคาดี โปรโมชันถูกเกินจริง แล้วให้โอนเงินล่วงหน้า พอโอนเงินไปแล้วก็โดนบล็อกทันที ไม่มีห้อง ไม่มีตั๋วจริง วิธีป้องกัน จองผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ดูรีวิวจริง และ ห้ามโอนเงินตรงให้บุคคล โดยไม่มีระบบคุ้มครอง 2. การแฮ็กบัญชี Facebook หรือ LINE เพื่อหลอกยืมเงิน ข้อความจากเพื่อนหรือญาติ บอกว่ารถเสีย ไม่มีค่ารถกลับบ้าน หรือต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน? วิธีป้องกัน โทรหาเจ้าของบัญชีโดยตรง ก่อนโอนทุกครั้ง และตั้งรหัสผ่านแข็งแกร่งพร้อมเปิด 2FA ไว้เสมอ 3. ลิงก์ปลอม แจกเงิน / บัตรส่วนลดเทศกาล ลิงก์ที่ใช้ชื่อคล้ายกับหน่วยงาน เช่น "รับเงินเที่ยวสงกรานต์" หรือ "แจกบัตรลดค่าน้ำมัน" คลิกปุ๊บ เสี่ยงเจอเว็บปลอมดูดข้อมูลส่วนตัวทันทีวิธีป้องกัน: ไม่กดลิงก์ จากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่จากเพื่อนที่ไม่รู้ที่มา? และตรวจ URL ก่อนกรอกข้อมูลทุกครั้ง 4. เพจปลอมหลอกขายสินค้าออนไลน์ช่วงสงกรานต์ มิจฉาชีพจะใช้วิธีการสร้างเพจปลอมเพื่อขายสินค้าที่ดึงดูดความสนใจ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ เสื้อลายดอก ของแต่งบ้านราคาพิเศษ  "สต็อกมีจำกัด รีบโอนด่วน!" โดยเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจ ราคาถูก มีจำนวนจำกัด เพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่สนใจเร่งโอนเงินด่วน วิธีป้องกัน ซื้อจากร้านที่มีตัวตนชัดเจน มีรีวิวจริง และเลือก ระบบเก็บเงินปลายทาง หรือ COD หรือช่องทางการชำระเงินที่มีคุ้มครองผู้ซื้อ สถิติคดีออนไลน์คนไทยถูกหลอกลวงมากที่สุด ทั้งนี้จากสถิติ เดือนเมษายน 2568 พบว่า มีการแจ้งความคดีออนไลน์ จำนวนกว่า 23,794 คดี โดย 5 อันดับการหลอกลวงสูงสุด ได้แก่ (1) คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 11,668 คดี (2) คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น 4,342 คดี (3) คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 2,781 คดี (4) คดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 1,296 คดี (5) คดีหลอกให้กู้เงิน 1,750 คดี จำให้ขึ้นใจ หลัก "4 ไม่" ป้องกันโจรออนไลน์ กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน โดยย้ำเตือนให้ยึดหลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ จากแหล่งที่ไม่รู้จัก ไม่เชื่อ ทุกอย่างที่ฟังดูดีเกินจริง ไม่รีบ ตัดสินใจโอนเงินในทันที ไม่โอน จนกว่าจะยืนยันตัวตนชัดเจน อย่างไรก็ตามหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์แล้ว อย่ารอ! โทรแจ้ง AOC 1441 เพื่อรีบดำเนินการระงับบัญชี หรือหากต้องการแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,097 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,227 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,220 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊กสามารถนำข้อมูลและรูปภาพของผู้ใช้งานไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง อบจ.เชียงราย เตรียมงดเก็บภาษีน้ำมัน 3 เดือน ลดภาระค่าครองชีพช่วยเหลือประชาชน อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ห้ามทหารมีรอยสักนอกร่มผ้า ถือว่าขาดคุณสมบัติรับราชการ ถึงขั้นผิดวินัยทหาร อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดคอร์สเรียนหุ้นมือใหม่ 21 วัน ลงทะเบียนฟรี ผ่านเพจ Grow Up อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ งานไทยพร้อม เปิดรับตัวแทนพับถุงกระดาษไปทำที่บ้าน ใช้ทักษะงานฝีมือ รับรองโดยกรมการจัดหางาน อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ไทยขโมยแผ่นดินกัมพูชาไปแล้ว 37 จังหวัด อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กบง. ประกาศลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง พื้นที่ปายและพะงันเป็นที่พักฟรี สำหรับทหารกองหนุนอิสราเอล อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง โลตัส จัดกิจกรรมตอบแบบสอบถาม ลุ้นรับเงิน 5,000 บาท สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “เฟซบุ๊กสามารถนำข้อมูลและรูปภาพของผู้ใช้งานไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต” ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อความดังกล่าวเป็น “ข้อมูลเท็จ” โดยไม่มีหลักฐานยืนยันจาก Meta Platforms หรือ Facebook ซึ่งการโพสต์ข้อความลักษณะนี้ ไม่มีผลทางกฎหมายใด ๆ เนื่องจากสิทธิ์การใช้ข้อมูลและรูปภาพ ถูกกำหนดโดยเงื่อนไขการใช้งาน (Terms of Service) ที่ผู้ใช้ยอมรับ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงด้วยการโพสต์ ขณะที่ปัจจุบันยังคงมีการแชร์ข้อความที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไขการให้บริการของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Meta, Microsoft หรือบริการอีเมล โดยมักอ้างว่า หากไม่โพสต์ข้อความดังกล่าว จะถูกปิดกั้นการมองเห็น หรือถือเป็นการยินยอมให้แพลตฟอร์มนำรูปภาพและข้อมูลส่วนตัวไปใช้เผยแพร่สู่สาธารณะ ทั้งนี้ข้อความลักษณะดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากในทางปฏิบัติ "ทันทีที่เราสมัครใช้บริการ" จะถือว่าผู้ใช้งานได้กดยอมรับเงื่อนไขการให้บริการ (Terms of Service) ที่ทางแพลตฟอร์มกำหนดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว การโพสต์ข้อความประกาศส่วนตัวบนหน้าฟีด (Feed) จึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายหรือเปลี่ยนแปลงสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 10 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,967 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,870 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,866 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 4 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 11 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง สารกลุ่มอะดิโพไคน์ เกิดจากไขมันในช่องท้อง อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศ กกร. สินค้าควบคุม ตามกฎหมายฯ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส ระยะเวลา 1 ปี อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง แบรนด์สินค้าดังเปิดให้ทำแบบสอบถาม ลุ้นรับรางวัลช่วงสงกรานต์ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง โดนโกงทางออนไลน์ ส่งข้อมูลหลักฐานได้ที่ เพจ Online disaster protection organization V4 อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง โควิด 19 สายพันธุ์ Cicada หรือก็คือ BA.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อาบน้ำวันละ 1 ครั้ง ทำให้มีกลิ่นแก่เร็ว อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สว. เตรียมเสนอการยกเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Sumetee Kiewpalad เปิดรับแรงงานไปทำงานฟาร์มมะเขือเทศที่ออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงแรงงาน อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกหนังสือรับรอง บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เป็นบริษัทมหาชน ด้วยทุนจดทะเบียนกว่าสองหมื่นล้าน อันดับที่ 10 ข่าวปลอม เรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการแนะนำการลงทุนหุ้น OR แนบช่องทางติดต่อให้คำแนะนำ รับรองโดย ก.ล.ต. และ SET อันดับที่ 11 ข่าวจริง เรื่อง ลูกเรือมยุรีนารีกลับภูมิลำเนา พร้อมประสานสิทธิประโยชน์ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “สารกลุ่มอะดิโพไคน์ เกิดจากไขมันในช่องท้อง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยไขมันในช่องท้อง (Visceral fat) จะหลั่งสารกลุ่มอะดิโพไคน์ (adipokine) ที่มีฤทธิ์เพิ่มการอักเสบได้ เช่น MCP-1, TNF-alpha เป็นต้น ผลของสารเหล่านี้จะทําให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน และเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันพอกตับ จนนําไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นการควบคุมอาหาร จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมพลังงานต่อวันให้เหมาะสม และออกกําลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที จะทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ช่วยลดไขมันช่องท้อง และลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจและหลอดเลือดได้ ด้านคนที่น้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน อาจประเมินได้จากเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง ควรลดน้ำหนักขั้นต่ำ 5% เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------

ในสภาวะที่เกิดความไม่แน่นอนจาก "สถานการณ์สงคราม" มักเป็นโอกาสทองที่มิจฉาชีพนำมาใช้สร้างสถานการณ์เพื่อหลอกลวง โดยอ้างว่าสินทรัพย์หลักอย่างหุ้นหรือคริปโตฯ จะมีความผันผวนสูงและเป็นโอกาสในการทำกำไรสูงกลโกง "ตีซี้ชวนลงทุน" ที่ต้องระวังมิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาและเทคโนโลยีในการหลอกลวง ดังนี้• ใช้ AI สร้างโปรไฟล์ปลอม แอบอ้างเป็นคนดัง ผู้เชี่ยวชาญ หรือบริษัทที่มีชื่อเสียง (เช่น เพจปลอมของห้างทองชื่อดัง หรือคลิป AI ของคนดัง) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ• สร้างความสัมพันธ์ (Romance Scam) ทักมาทำความรู้จักทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือแอพลิเคชันหาคู่จากนั้นขอเพิ่มเพื่อนในแอพลิเคชันที่ใช้ในการพูดคุย อ้างว่าไม่ค่อยใช้แอพลิเคชันหาคู่เพราะเพิ่งเข้าเล่นเป็นครั้งแรก สร้างความไว้ใจ แล้วค่อยๆ ชวนลงทุนในแพลตฟอร์มที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง• เร่งให้ตัดสินใจ มักอ้างสถานการณ์สงครามหรือวิกฤตการณ์โลกว่าต้องรีบลงทุนตอนนี้ มิเช่นนั้นจะพลาดโอกาสทอง (FOMO)• โชว์ผลกำไรปลอม ในช่วงแรกอาจให้ถอนเงินได้จริงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เหยื่อตายใจแล้วลงเงินเพิ่มจำนวนมาก ตัวอย่างเตือนใจ โดนหลอกเทรดหุ้นสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท ข้อมูลจากศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 จนถึงเดือนมีนาคม 2569 มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงลงทุนออนไลน์จำนวน 39,420 เคส รวมมูลค่าความเสียหาย 17,935 ล้านบาท ขอยกตัวอย่างเช่นเคสผู้เสียหายรายนี้ได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนลงทุนเทรดหุ้น เกี่ยวกับตราสารทุน/Forex และเทรดหุ้นเกี่ยวกับหุ้นโซล่าเซลล์ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพส่งลิงก์เว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการลงทุนและแจ้งว่าจะต้องมีค่าสมัครการใช้บริการ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงเเรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินลงทุนไปหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 2,222,021 บาท ภายหลังต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่ามียอดเงินในบัญชีสูงจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีในการถอนเงินออกมา จึงโอนเงินไปเพื่อดำเนินการ หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีกเลย ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก จึงติดต่อศูนย์ AOC 1441 เพื่อแจ้งระงับบัญชีทันที วิธีเช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน1. ตรวจสอบรายชื่อ เช็กว่าบริษัทหรือแอปพลิเคชันนั้นได้รับอนุญาตหรือไม่ ผ่าน แอป SEC Check First ของสำนักงาน ก.ล.ต.2. สังเกตความผิดปกติ หากเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เช่น ลงทุนหลักพันแต่ได้ผลตอบแทนหลักล้าน หรือบังคับให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ3. เลิกเชื่อรูปคู่คนดัง มิจฉาชีพมักใช้รูปถ่ายคู่คนดังหรือใบประกาศปลอมมาอ้างความน่าเชื่อถือ หากหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว• แจ้งระงับบัญชีทันที โทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อระงับการโอนเงิน ตลอด 24 ชม.• แจ้งความออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ• แจ้งเบาะแส ได้ที่สายด่วน ก.ล.ต. 1207 กด 22 -------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 11 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,195 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,615 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,614 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง มี สส.กว่า 1,400 คน ได้บำนาญตลอดชีวิต สูงสุด 79,000 บาทต่อเดือน อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เรือขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง เดินทางถึงท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันไทยแล้ว อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดลงทะเบียนยื่นกู้ ให้ยืม 50,000 บาท คืน 1,083 บาท ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ gjgripvi0jr อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ประชาชนที่โดนโกงออนไลน์ ลงทะเบียนติดตามเงินคืน ได้ที่เพจ Assistance with cybersecurity อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Aussie Dream Jobs เปิดรับคนงานไปทำงานเก็บองุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงแรงงาน อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดตัวเว็บไซต์ลงทุนหุ้น ชื่อ thaionline อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ลงทุนฮั่วเซ่งเฮง ผ่านบัญชีไลน์ hsh_care รับรองโดย ก.ล.ต. และ SETสำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “มี สส.กว่า 1,400 คน ได้บำนาญตลอดชีวิต สูงสุด 79,000 บาทต่อเดือน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพตามหลักเกณฑ์ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาฯ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 60 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย คือ จำนวนเงิน 42,738 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุด ดังนั้น ประเด็นที่มี สส. ได้บำนาญตลอดชีวิต สูงสุด 79,000 บาท จึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------

ทุกวันนี้ การหลอกลวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ “การเอาเงิน” อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่ลึกและอันตรายกว่านั่นคือ…การขโมย “ตัวตน” ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Identity Hijack Scam หรือการสวมรอยเป็นคุณ เพื่อไปหลอกคนอื่น สิ่งที่น่ากลัวคือ เหยื่อ…อาจไม่ใช่แค่คุณ แต่เป็น “ทุกคนที่เชื่อใจคุณ” รูปแบบของการหลอกลวงลักษณะนี้ ไม่ได้เริ่มจากการโจมตีโดยตรง แต่มักเริ่มจากการ “เฝ้าดู” มิจฉาชีพจะค่อย ๆ เก็บข้อมูลของคุณ ผ่านโซเชียลมีเดีย การแชท หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน พวกเขาศึกษา ทั้งวิธีการพิมพ์ น้ำเสียงในการสื่อสาร รวมไปถึงความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบตัว เมื่อข้อมูลมากพอ ขั้นตอนต่อไปคือ “การเลียนแบบ” พวกเขาอาจใช้รูปโปรไฟล์ของคุณ สร้างบัญชีปลอม หรือในบางกรณี ใช้เทคโนโลยี AI เลียนเสียงและรูปแบบการพูดได้อย่างแนบเนียน จนคนใกล้ชิด…แยกไม่ออก และเมื่อถึงจุดนั้น “คุณ” จะกลายเป็นเครื่องมือ บัญชีผู้ใช้ปลอมในชื่อของคุณ อาจถูกใช้ทักไปหาเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ด้วยข้อความสั้น ๆ เช่น “โอนเงินให้หน่อย เดี๋ยวคืนเย็นนี้” หรือส่งลิงก์บางอย่าง ที่ดูเหมือนมาจากคุณโดยตรง ความเสียหายจึงไม่ได้เกิดแค่กับบัญชีหนึ่งบัญชี แต่ลุกลามไปยัง “เครือข่ายความเชื่อใจ” ทั้งหมดของคุณ สิ่งที่ทำให้การหลอกลวงรูปแบบนี้อันตราย ไม่ใช่แค่ความแนบเนียนของเทคโนโลยี แต่คือการใช้ “ความสัมพันธ์” เป็นอาวุธ ผู้คนไม่ได้โอนเงินเพราะเชื่อข้อความ แต่โอนเงิน…เพราะเชื่อว่าเป็นคุณ และในหลายกรณี เมื่อความจริงถูกเปิดเผย สิ่งที่เสียไป ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ “ความไว้ใจ” ที่ใช้เวลาสร้างมานาน การป้องกันจึงต้องเริ่มจากความเข้าใจ หากมีการติดต่อเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน ควรยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่นเสมอ เช่น การโทรกลับโดยตรง การตั้ง “คำยืนยัน” ระหว่างคนใกล้ชิด ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยแยกแยะได้ว่า อีกฝ่ายเป็นตัวจริงหรือไม่ และที่สำคัญ ควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว บนโลกออนไลน์มากเกินไป เพราะในวันนี้ สิ่งที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่เงินในบัญชี แต่คือ “ความเป็นคุณ” ที่ไม่มีใครควรเอาไปใช้แทนได้ ด้วยความห่วงใยจาก AOC 1441 ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 12 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,109 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,303 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,303 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69 อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ปริมาณน้ำมันที่หายไปมีจำนวน 727 ล้านลิตร ไม่ใช่ 57 ล้านลิตร อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงแรงงาน เปิดรับแรงงานไปที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านเพจ Future in Australia 35 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง พบนักท่องเที่ยวในไทยใช้ยาไซลาซีน จนมีอาการเหมือนซอมบี้ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดให้ยื่นกู้สินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ covboavq7qa อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่าน TikTok : mlmkr442 อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารกัมพูชา แบกปืนรุกล้ำโอร์เสม็ด สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.