Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ดีอี เผยครึ่งปีงบ 69 ปิดกั้น URL พนันออนไลน์ แล้วกว่า 4.8 แสนรายการ   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวว่า ตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย   ล่าสุดกระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 รวมเวลา 6 เดือนของปีงบประมาณ 2569 เป็นจำนวน 601,594 รายการ โดยแยกเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 571,605 รายการ และประสานงานแพลตฟอร์มทำการปิดกั้น (ประเภทหลอกลวง/พนันออนไลน์) จำนวน 29,989 รายการ ซึ่งในเดือนมีนาคม 2569 เดือนเดียว สามารถปิดกั้น URL ผิดกฎหมายได้มากถึง 144,854 รายการ (ตามคำสั่งศาล 134,132 รายการ/ ประสานงานแพลตฟอร์ม 10,722 รายการ)   สำหรับประเภทของการปิดกั้นในระยะเวลา 6 เดือน (ปีงบประมาณ 2569) พบว่า URL ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ มีการปิดกั้นมากที่สุดเป็นจำนวน 480,081 รายการ รองลงมาคือ URL ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 49,638 รายการ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 15,309 รายการ ซื้อ-ขายกัญชา จำนวน 10,099 รายการ ค้าประเวณี จำนวน 2,148 รายการ อาวุธปืน จำนวน 4,386 รายการ และอื่นๆ (บิดเบือน หลอกลวง หมิ่นสถาบัน hate speech อนาจาร ฯลฯ) จำนวน 9,944 รายการ   “กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI จากโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีบนเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ ขณะเดียวกันขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัล และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน บุหรี่ไฟฟ้า และโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสังคม” นายเวทางค์ กล่าว   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE   --------------------------------------------------------------

ดีอี เปิดงาน Responsible AI Innovation Hackathon : AI for Justice ขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมยุคใหม่ด้วย AI อย่างมีธรรมาภิบาล   วันที่ 3 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีปฐมนิเทศ และร่วมงาน Responsible AI Innovation Hackathon : AI for Justice ขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมยุคใหม่ด้วย AI อย่างมีธรรมาภิบาล ณ ห้องราชมณเฑียร โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ   โครงการดังกล่าว จัดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพรอ.หรือ ETDA) โดยศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Center : AIGC) นำร่องภายใต้แนวคิด "AI for Justice" เพื่อส่งเสริมการพัฒนา AI ที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย มุ่งยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม โดยร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง TIJ ACADEMY และ Amazon Web Services เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะผู้แทนจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Bai Songtao, Director General เพื่อร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านดิจิทัล และด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 0210 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 1 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,267 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,249 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,249 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง CAAT ร่วมกับ 6 สายการบิน ลดราคาตั๋วช่วงสงกรานต์ 15-30% เฉพาะ 11 เส้นทางในประเทศ   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรุ๊ปเลือด AB เสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ สูงกว่าคนอื่น 3 เท่า   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดลงทะเบียนสินเชื่อ ยกเลิกบูโร ไม่ต้องค้ำ ผ่านบัญชี TikTok nuntawatsrichainat   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง สีปัสสาวะ สามารถบอกเพศลูกได้   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้กับ บริษัท เงินกู้ออนไลน์ส่วนบุคคลจำกัด   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. ให้โบรกเกอร์ที่ลงทะเบียนเทรดเดอร์มืออาชีพ ติดต่อประชาชนผ่านไลน์ เพื่อชักชวนให้เทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “CAAT ร่วมกับ 6 สายการบิน ลดราคาตั๋วช่วงสงกรานต์ 15-30% เฉพาะ 11 เส้นทางในประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดย CAAT ได้ติดตามสถานการณ์ราคาบัตรโดยสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีความต้องการเดินทางสูง ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 CAAT ได้ประสานความร่วมมือกับสายการบินในการเพิ่มจำนวนที่นั่งและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม    ทั้งนี้การเดินทางภายในประเทศระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 CAAT ได้ประสานความร่วมมือกับ 6 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท เพื่อดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มปริมาณที่นั่งในเส้นทางที่มีความต้องการสูง โดยสายการบินทั้ง 6 สาย ได้ปรับลดราคาบัตรโดยสารลงร้อยละ 15-30 ใน 11 เส้นทางบิน (ไป-กลับ) ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-เชียงราย, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, กรุงเทพฯ-หาดใหญ่, กรุงเทพฯ-สมุย, กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช, กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี, กรุงเทพฯ-กระบี่, กรุงเทพฯ-ตรัง, กรุงเทพฯ-นราธิวาส และกรุงเทพฯ-ขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 191 เที่ยวบิน คิดเป็นจำนวน 29,685 ที่นั่ง   จากการตรวจสอบราคาบัตรโดยสารของ CAAT ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า บัตรโดยสารในระดับราคาต่ำถูกจำหน่ายไปเกือบทั้งหมดจากความต้องการเดินทางที่สูง ขณะที่หลังช่วงเทศกาลในปลายเดือนเมษายน ราคามีแนวโน้มปรับลดลงตามความต้องการที่ลดลง ทั้งนี้ มาตรการที่ดำเนินการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพียงพอ และปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 2 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,167 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,200 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,200 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ปตท. เปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” สั่ง-เติม-ชำระเงิน ผ่านแอปฯ บลูพลัส อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ปรับขึ้นค่าไฟงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าแป้งมันสำปะหลัง เป็นเวลา 150 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. - 24 ก.ค. 69 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครคนแพ็กสินค้า ผ่านเพจ สร้างงานบ้านไทย อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ออมสิน เปิดลงทะเบียนเงินช่วยเหลือ ยืม 200,000 บาท ผ่อน 4,333 บาท ต่อเดือน ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ bank.hsb.online อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ให้บริการด้านการลงทุนต่าง ๆ แก่ประชาชน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครตัวแทนพับถุงกาแฟทำงานที่บ้าน ผ่านเพจ ศูนย์รวมงานคุณภาพ อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลประกาศรายละเอียดคนละครึ่งพลัสเวอร์ชันใหม่แล้ว สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ปตท. เปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” สั่ง-เติม-ชำระเงิน ผ่านแอปฯ บลูพลัส” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR ได้ยกระดับการบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงในยุคดิจิทัล ด้วย “บริการเติมเอง (Self Serve)” ณ พีทีที สเตชั่น สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ทั้งนี้บริการเติมเอง (Self Serve) จะช่วยลดระยะเวลาการรอคิวของผู้เข้าใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak Hours) หรือช่วงที่มีความหนาแน่นสูง และมอบส่วนลดทันที 40 สตางค์ต่อลิตร สําหรับนํ้ามันทุกประเภท โดยมีจุดเด่นได้แก่ 1. ความคุ้มค่าสูงสุด (Cost Efficiency) ด้วยส่วนลดพิเศษ 40 ส.ต./ลิตร สําหรับการเติมนํ้ามันทุกชนิด โดยไม่มีการกําหนดเพดานยอดเติมขั้นตํ่า 2. ความสะดวกและรวดเร็ว (Operational Excellence) ด้วยการออกแบบกระบวนการใช้งานที่เรียบง่ายผ่านแอปฯ blueplus+ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเติมนํ้ามันและเดินทางต่อได้ทันที3. นวัตกรรมอัจฉริยะ (Seamless Digital Experience) บูรณาการระบบชําระเงินดิจิทัลผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบนแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมระบบสะสมคะแนนบลูพลัส (blueplus+) อัตโนมัติจากยอดค่าใช้จ่ายจริงหลังหักส่วนลด อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.