Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดสรรและบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารสำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ ครั้งที่ 2/2569 ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ  เพื่อวางกรอบแนวทางการจัดสรรการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการให้บริการสาธารณะและภารกิจของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 22 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,065 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,861 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,845 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 11 ข้อความ และช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 28 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ห้ามปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันให้หน่วยงานราชการและกลุ่มเกษตรกร   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง พม.ให้สิทธิคนพิการและผู้ดูแล เข้าถึงเงินทุนเพื่อสร้างอาชีพ   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ตม. สกัดเข้ม ห้ามกัมพูชาเข้าประเทศไทย หากจับได้ส่งกลับทันที   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เว็บไซต์ของ ธนาคาร เอมิเรตส์ส เอ็นบีดี อยู่ภายใต้การคุ้มครองจาก ธปท.   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จัดโครงการแจกพันธุ์ไม้ฟรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กองทัพไทยเตือน ลักลอบขนน้ำมันไปกัมพูชา มีโทษถึงประหารชีวิต   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ห้ามปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันให้หน่วยงานราชการและกลุ่มเกษตรกร” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยได้กำหนดแนวทางการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรองรับการให้บริการอย่างทั่วถึงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน ดังนี้ 1. ไม่ปฏิเสธการจำหน่ายให้รถหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจสาธารณประโยชน์ ขอให้สถานีบริการพิจารณาจำหน่ายตามความเหมาะสม (รถดับเพลิง / รถกู้ภัย / รถบรรเทาสาธารณภัย / รถขององค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลที่ปฏิบัติภารกิจฉุกเฉิน / รถหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน / รถพยาบาล / สภากาชาดไทย) 2. ไม่ปฏิเสธการจำหน่ายให้กับกลุ่มเกษตรกร หรือผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีความจำเป็น   ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานได้ประสาน supply chain ของโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าตามมาตรา 7 เพื่อจัดส่งน้ำมันให้ทันกับสถานการณ์และจะดำเนินตรวจตราสถานีบริการถึงปริมาณที่มีอยู่อย่างใกล้ชิด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมให้สัมภาษณ์ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจดิจิทัลและการให้บริการภาครัฐตามแนวทางการประเมิน Business Ready (B-READY) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

ดีอี หารือ ก.พ. แนวทาง Work from Home ผ่านระบบ e-Office   วันที่ 24 มีนาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) กับสำนักงาน ก.พ. ด้วยระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงยุติธรรมครบรอบ 135 ปี เชื่อมั่น เข้าถึง ที่พึ่งประชาชน พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี นายสำรวม บุญเสริม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับ ณ อาคารกระทรวงยุติธรรรม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,768 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,322 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,321 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง หุงข้าวด้วยน้ำประปาเสี่ยงได้รับโลหะหนัก   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน เดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง การดื่มน้ำเย็นจัด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สั่งตรวจสอบการตุนน้ำมันทั่วประเทศ หากพบตัวคนผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมทางหลวง เปิดให้ชำระค่าบริการ M-Flow ผ่านเว็บไซต์   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง หุ้น SET 50 กองทุนทองคำฮั่วเซ่งเฮง เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผลวันละ 320 บาท ติดต่อซื้อหุ้นได้ที่เพจ Gold Investment Advisory TH   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สืบเนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้น ทั้งอากาศร้อนจัด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน    ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้จริง หรือ Feel like ใช้บ่งชี้ระดับความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน โดยคำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งต่างจากอุณหภูมิทั่วไปที่วัดเพียงระดับความร้อนหรือความเย็นของอากาศ    สำหรับในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีค่าดัชนีความร้อนสูงสุดถึง 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อน จำนวน 21 คน ขณะที่ปี 2569 คาดว่า สถานการณ์ความร้อนจะมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความร้อนอาจอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0-41.9 °C) ถึงอันตรายมาก (มากกว่าหรือเท่ากับ 52.0 °C) ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่น ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและอาจทำให้เสียชีวิตได้   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมประชุมหารือประเด็นการเบิกจ่ายและเอกสารด้านการคลังต่าง ๆ ผ่านระบบ e-Office ภายใต้โครงการ GDCC ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,844 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 946 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 944 ข้อความตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กฟผ. จัดโครงการล้างแอร์ช่วยชาติ ช่วยออกค่าล้างแอร์ให้ 300 บาท   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง พบการซุกน้ำมันดีเซล ในโกดังริมแม่น้ำเมย เพื่อลักลอบส่งออกไปยังประเทศเมียนมา   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ไทยนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มจากแองโกลาและสหรัฐฯ   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเตรียมฟ้องไทยชูรส กรณีใช้มงกุฎอัปสราเป็นเครื่องหมายการค้า   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้ลงทะเบียนออมทอง   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ร่างกฎกระทรวงใหม่เปลี่ยนสีเครื่องแบบตำรวจเก่า ใช้เครื่องแบบตำรวจใหม่   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. (PEA) ส่งเอกสารการแจ้งเปลี่ยนหม้อมิเตอร์ไฟฟ้าตัวใหม่ แจ้งโอนเงินผ่านบัญชีส่วนบุคคล   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กฟผ. จัดโครงการล้างแอร์ช่วยชาติ ช่วยออกค่าล้างแอร์ให้ 300 บาท” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดย กฟผ. ได้จัดโครงการล้างแอร์ช่วยชาติ ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง และ โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์    เงื่อนไขการลงทะเบียนโครงการล้างแอร์ช่วยชาติ - ลงทะเบียน ณ ห้างสรรพสินค้า หรือผ่านระบบออนไลน์ของผู้ให้บริการ เช่น HomePro , MegaHome , Power Buy , ไทวัสดุ , BNB Home , Global , Do home , The Mall เป็นต้น - ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. - 23 พ.ค. 69   เงื่อนไขการลงทะเบียนโครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 - ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน www.egat.co.th - ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 เม.ย. 69   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------------

เมื่อราคาทองคำผันผวนท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นักลงทุนทั่วประเทศต่างจับตามอง หวังฉวยจังหวะทำกำไร แต่ในเงามืดอีกด้านหนึ่ง กลับกลายเป็น “จังหวะทำเงิน” ของมิจฉาชีพเช่นกัน   ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี จึงออกมาเตือนภัย หลังพบว่าโจรออนไลน์กำลังใช้ "ความกลัวพลาดโอกาส" และ "ความโลภ" เป็นอาวุธล่าเหยื่อ พร้อมเปิดเผย 3 รูปแบบกลโกงที่กำลังระบาดหนักที่สุดในขณะนี้   กลโกงที่ 1 แอปเทรดทองปลอม ที่สร้างขึ้นเพื่อดูดเงิน   ภาพโฆษณาสวยหรู กราฟกำไรพุ่งพรวด คำโปรยดึงดูดว่า "สงครามทำทองผันผวน โอกาสรวยมาถึงแล้ว!" นี่คือประตูสู่กับดัก   มิจฉาชีพจะยิงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแม่นยำ เจาะกลุ่มคนที่สนใจการลงทุน จากนั้นชักชวนให้ดาวน์โหลด แอปพลิเคชันปลอม ที่ดูน่าเชื่อถือไม่ต่างจากของจริง ตัวเลขในแอปจะ "โตสวยงาม" ทุกวัน แต่เมื่อถึงเวลาถอนเงิน ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่สามารถถอนเงินออกมาได้   เคสเตือนใจ โอกาสทอง กลายเป็น กับดักทอง   ผู้เสียหายรายนี้เป็นหญิงสาว ได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นทองคำ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพแนะนำและสอนวิธีเทรดหุ้นให้ จนกระทั่งเริ่มโอนเงินเพื่อเทรดหุ้นจริง ช่วงแรกสามารถถอนเงินได้ จึงโอนเงินไปเทรดหุ้นด้วยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมเป็นเงินถึง 1,950,000 บาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างเหตุผลต่าง ๆ ให้โอนเงินไปอีกหลายครั้ง ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก จึงติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441   กลโกงที่ 2 เพจปลอมขายทองราคาถูกเหลือเชื่อ    โปรโมชัน "ทองหลุดจำนำ ราคาพิเศษช่วงสงคราม" ที่ถูกกว่าท้องตลาดหลายพันบาท คือสัญญาณอันตรายที่หลายคนมองข้าม มิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กเลียนแบบร้านทองชื่อดังอย่างแนบเนียน ทั้งชื่อ โลโก้ และภาพสินค้า จากนั้นโพสต์ราคาที่ "ดีเกินจริง" พร้อมสร้างความกดดันว่าของมีจำกัด รีบโอนก่อนหมด   กลโกงที่ 3 ภารกิจ "ปั่นราคาทอง" กับดักที่ล่อด้วยเงินของตัวเอง   กลโกงรูปแบบนี้ กำลังระบาดหนักที่สุด และอันตรายที่สุด เพราะเหยื่อได้เงินจริงในช่วงแรก จนวางใจอย่างสนิทใจ คนร้ายจะชักชวนให้ร่วม "ภารกิจดันราคาทอง" โดยให้โอนเงินสำรองออเดอร์แลกค่าคอมมิชชัน ช่วงแรกจ่ายคืนครบ พร้อมกำไรงาม ก่อนค่อย ๆ ขยับยอดโอนให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่คนร้ายเชิดเงินหนีพร้อมปิดทุกช่องทางติดต่อ   4 เกราะป้องกันก่อนจะสายเกินแก้   AOC แนะนำ 4 มาตรการตรวจสอบที่ทุกคนควรทำก่อนตัดสินใจลงทุนทองคำออนไลน์   1. ตรวจใบอนุญาตก่อนเสมอ บริษัทหรือแพลตฟอร์มลงทุนทองคำที่ถูกกฎหมาย ต้องได้รับอนุญาตจาก สมาคมค้าทองคำ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. หากหาไม่พบ หยุดทันที 2. ราคาถูกผิดปกติ = สัญญาณอันตราย ทองคำมีราคากลางอ้างอิงสากล ใครเสนอขายถูกกว่าตลาดอย่างผิดสังเกต ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ 3. ตรวจเพจให้ละเอียดก่อนเชื่อ ดูวันที่สร้างเพจ ประวัติการเปลี่ยนชื่อ และยอดผู้ติดตามจริง เพจปลอมมักสร้างใหม่ไม่เกิน 1–3 เดือน 4. ห้ามโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาเด็ดขาด ธุรกรรมการลงทุนที่ถูกกฎหมายต้องโอนเข้าบัญชี นิติบุคคล เท่านั้น หากปลายทางเป็นชื่อคน นั่นคือบัญชีม้า   อย่างไรก็ตาม หากประชาชนตกเป็นเหยื่อแล้ว ให้รีบโทรสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งระงับบัญชีทันที ก่อนเงินถูกโยกย้ายไปจนไม่สามารถติดตามได้ หรือหากต้องการขอคำปรึกษาหรือแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หุ้น ทองคำ สามารถโทรสายด่วน 1207 กด 22 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)    ในยามที่ตลาดผันผวน ความโลภและความกลัวคือจุดอ่อนที่มิจฉาชีพรู้ดีที่สุด การตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ความระมัดระวัง แต่คือการปกป้องเงินออมทั้งชีวิตของคุณเอง   ---------------------------------------------------------------------------




ดีอี ยันข่าวจริง "ใช้สมาร์ตโฟน-แท็บเล็ตเป็นเวลานาน เสี่ยงตาเขเข้าเฉียบพลัน" ขอ ปชช. ระมัดระวัง   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,087 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,505 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,502 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การใช้สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน เสี่ยงตาเขเข้าเฉียบพลัน   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ให้อาหารสุนัขหรือแมวจรจัด ถือเป็นเจ้าของทันที   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง จ.บุรีรัมย์ สามารถเติมน้ำมันได้ไม่จำกัด   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไข่แดงผสมปิโตรเลียมเจลลี่ และมะนาว มาสก์หน้าช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ และลดริ้วรอย   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นายทุนไทยสามารถนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นกัมพูชาได้   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ พัฒนาการงาน ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครพนักงานแพ็กของ รายได้ขั้นต่ำ 4,500 บาทต่อเดือน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเพจเฟซบุ๊กสำหรับให้บริการออมทอง   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การใช้สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน เสี่ยงตาเขเข้าเฉียบพลัน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ภาวะ Acute Acquired Comitant Esotropia หรือ “ตาเขเข้าเฉียบพลัน” มักพบเพิ่มขึ้นในเด็กและวัยรุ่นที่ใช้สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอในระยะใกล้มากที่น้อยกว่า 30 ซม. ซึ่งงานวิจัยในปัจจุบันระบุเพียงว่า การใช้หน้าจอใกล้เป็นเวลานานอาจเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นสาเหตุโดยตรงของโรค   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #AFNC    

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.