Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา







วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง (Global Fraud Summit) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย โดยมี Mr. John Brandolino รักษาการผู้อำนวยการบริหารสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) และรักษาการผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา (United Nations Office at Vienna: UNOV) และ Mr. Valdecy Urquiza เลขาธิการองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization: INTERPOL) เป็นประธานเปิดการประชุม    ขณะที่ในช่วงบ่าย นายพชร และคณะ ได้เข้าร่วมการประชุม “Scam centres: The rising sophistication and cross-border impact of fraud” ที่มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้กล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมฯ จากนั้น ได้เข้าร่วมการประชุม High-level Special Session on national commitments pledges on combating fraud โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งมอบหนังสือคำมั่นเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (pledges) ของไทย และร่วมลงนามรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม Global Fraud Summit สองฉบับ ได้แก่ (1) เอกสารส่งเสริมการดำเนินการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Call to Action on Combatting Fraud) และ (2) กรอบความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Global Public-Private Partnership Framework against Fraud)  ---------------------------------------------------------


ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,067 ข้อความ โดยมี ข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,465 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,464 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง  ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง หากโดนเห็บกัด เสี่ยงทำให้สมองอักเสบ   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ควันบุหรี่ไฟฟ้ามีสารหนู เสี่ยงเป็นมะเร็งปอด   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง หากไทยอยากเล่นสงกรานต์ ต้องขออนุญาตกัมพูชาก่อน   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง เดือนมกราคม 69 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์ไปจีน จำนวน 638 ตัน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เตือนคนไทยในพื้นที่เสี่ยง รีบอพยพกลับไทยด่วนจากอาวุธนิวเคลียร์   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง การอดนอนทำให้ลำไส้พัง เนื่องจากสมองส่งสัญญาณผิด จนระบบทางเดินอาหารรวน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง แรงงานกัมพูชาเริ่มกลับมาลักลอบเข้า-ออก ไทยอีกครั้ง ผ่านช่องทางลับที่ชายแดน   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “หากโดนเห็บกัด เสี่ยงทำให้สมองอักเสบ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันจากเชื้อโรค Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) เกิดจากเชื้อไวรัส SFTSV ที่มีเห็บเป็นพาหะนำโรค ผ่านการสัมผัสเห็บหรือสัตว์เลี้ยง โดยการติดเชื้อในคนส่วนใหญ่มีอาการไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ และเอนไซม์ตับสูง ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ หรือภาวะเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ (meningoencephalitis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ไม่ใช่ทุกรายที่ถูกเห็บกัดจะเกิดอาการรุนแรง โดยอัตราป่วยและเสียชีวิตอยู่ระหว่าง 5–28%   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,255 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,643 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,638 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ และช่องทาง Facebook 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง  ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง หากถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 12 ล้าน จะถูกหักค่าอากรแสตมป์ 60,000 บาท   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หลังจากวันที่ 16 มี.ค. 69 รัฐบาลจะปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันตามกลไกตลาดภาวะสงคราม   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง M-Flow ส่ง SMS แจ้งเตือนค่าธรรมเนียม   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง จีนเทา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดเลย   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง แจ้งเตือนเรือไทย เฝ้าระวังทุ่นระเบิด ในอ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ เกดไง ที่ไม่มีใคร โดยกรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครแรงงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชายิงปืนเล็กเช็กแนวชายแดนพร้อมกับเคลื่อนจรวด PHL-03 เข้าประชิดพื้นที่   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง Line ID : @lgt_sec ส่งข้อมูลให้ยืนยันเกี่ยวกับบริการด้านธุรกรรมการลงทุน รับรองความปลอดภัยโดย ก.ล.ต.   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “หากถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 12 ล้าน จะถูกหักค่าอากรแสตมป์ 60,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับผู้ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 หลัก (Lottery 6 : L6) แบบใบ และแบบดิจิทัล ผู้ขอรับเงินรางวัลต้องชําระค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 หมวด 6 อากรแสตมป์บัญชีอัตรา อากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสารข้อ 28 ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล (https://www.rd.go.th/6162.html)    ในส่วนของสลากการกุศล ผู้ขอรับเงินรางวัล ต้องชําระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 หมวด 3 ภาษีเงินได้ มาตรา 69 ทวิการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของรัฐบาล (https://www.rd.go.th/5939.html#mata69_2) และสามารถติดตามข่าวสารของสํานักงานฯ ได้ทางเว็บไซต์www.glo.or.th, Facebook Fanpage : สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, Line : GLO Lottery และ TikTok : GLO สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------------

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของกระทรวง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ เข้าร่วมหารือกับ Mr. Michael Mürling, Head of Marketing & Communications, Strategic Partnerships และ Dr. Ross King, Head of Competence Unit Data Science & Artificial Intelligence ผู้แทนจากศูนย์วิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล (Center for Digital Safety & Security) สถาบันเทคโนโลยีแห่งออสเตรีย (Austrian Institute of Technology: AIT) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรวิจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีชั้นนำของยุโรป ในระหว่างการประชุม Global Fraud Summit ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย    สำหรับวาระการหารือดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิทยาการข้อมูล (Data Science) ในการยกระดับขีดความสามารถการตรวจจับและป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ การตรวจจับสื่อปลอม (Deepfake) การพัฒนาเครื่องมือสำหรับแยกแยะสื่อจริงและสื่อปลอม การตรวจจับร้านค้าออนไลน์ปลอม (Fake-Shop Detector) ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือและระบบสนับสนุนการวิเคราะห์ภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ร่วมการประชุมหารือกับ Ms. Nell McCarthy, Meta’s Vice President, Policy และ Mr. Nathaniel Gleicher, Director of Security Policy at Meta จากบริษัท Meta ในระหว่างการประชุม Global Fraud Summit ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย    ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและตรวจจับการหลอกลวงออนไลน์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โฆษณาหลอกลวง โดยปลัดกระทรวงฯ ขอให้ Meta ยกระดับการตรวจจับโฆษณาหลอกลวงบนแพลตฟอร์มของ Meta รวมถึงบัญชีปลอมหรือบัญชีที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายมิจฉาชีพ โดยล่าสุด Meta ได้ประกาศใช้ระบบเตือนภัยบนแพลตฟอร์ม ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับบัญชีที่น่าสงสัย และยินดีให้ความร่วมมือกับกระทรวงฯ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันผู้ใช้บริการจากการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงออนไลน์

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ในการร่วมส่งมอบปฏิทินตั้งโต๊ะเก่า หนังสือเก่า และกระดาษ A4 ใช้แล้ว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ได้รับบริจาคให้กับศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด (มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์) เพื่อนำไปบริจาคสำหรับทำการ์ดอักษรเบรลล์ เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการทางสายตา ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด (มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.