Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,146 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,403 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,400 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กกต. มีมติให้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ กทม. หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง พบไวรัสนิปาห์ในไทย ทั้งสิ้น 7 ราย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กัมพูชายื่นจดทะเบียน มหาสงกรานต์ กับองค์การ UNESCO   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดโครงการช่วยเหลือผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และรายได้ 9,000 บาท สามารถยื่นกู้ 50,000-2,000,000 บาท ผ่าน TikTok ชื่อ tkrxbzrb99d   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า GI ส้มโอเวียงแก่น จ.เชียงราย   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก Pitsini Chotawanich เปิดรับคนงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกต้องผ่านกระทรวงแรงงาน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ทุกชนิด ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้ที่สนใจลงทุน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการแนะนำการลงทุน ผ่านไลน์ที่รับรองโดย ก.ล.ต. ลงทะเบียนฟรี   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กกต. มีมติให้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ กทม. หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” จากเหตุการณ์ที่อยู่ระหว่างนับคะแนน หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เกิดพายุฝนฟ้าคะนองทำให้บัตรเลือกตั้งบางส่วนชำรุด และไม่สามารถนับคะแนนให้แล้วเสร็จได้ จึงมีคำสั่งงดนับคะแนน และให้จัดการออกเสียงเลือกตั้งและออกเสียงประชามติใหม่ โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ได้ประกาศไว้แล้วในบางพื้นที่ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวอ้างอิงตามมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม กระทรวงดีอี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ควรเต็มไปด้วยความสุขและซองแดงแห่งโชคลาภ กลับกลายเป็นช่วงเวลาทองของโจรออนไลน์ฉวยโอกาสสร้าง “อั่งเปาทิพย์” หลอกลวงประชาชนให้กดลิงก์ รับเงินปลอม สูญเงินจริง หลายรายสูญเงินเก็บทั้งปีเพียงเพราะเชื่อข้อความไม่กี่บรรทัด   ปีนี้ภัยออนไลน์มาในรูปแบบแนบเนียนยิ่งกว่าเดิม ทั้งปลอมโลโก้หน่วยงานรัฐ ปลอมเพจองค์กรดัง ส่งลิงก์ผ่าน SMS และโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความชวนเชื่อว่า “แจกอั่งเปาฟรี ฉลองตรุษจีน” หากเผลอกด อาจไม่ใช่โชคดีที่ได้ แต่เป็นหนี้ที่ต้องชดใช้   กลโกง “อั่งเปาทิพย์” มาในรูปแบบไหน? มิจฉาชีพมักใช้วิธีการดังนี้ • ส่ง SMS หรือข้อความผ่านแอปฯ แอบอ้างชื่อหน่วยงาน  • อ้างแจก “อั่งเปาออนไลน์” มูลค่า 500 – 5,000 บาท • แนบลิงก์ปลอมให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร เมื่อเหยื่อกรอกข้อมูลครบ เงินในบัญชีอาจถูกดูดออกทันที หรือถูกนำข้อมูลไปสวมรอยกู้เงินออนไลน์   ทำไมช่วงตรุษจีนจึงเสี่ยงสูง? เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงที่คนไทยเชื้อสายจีนและประชาชนทั่วไปจับจ่ายใช้สอยสูง ความเชื่อเรื่องโชคลาภและอั่งเปาทำให้หลายคนเปิดรับ “โอกาสดี” มากกว่าปกติ มิจฉาชีพจึงใช้จังหวะนี้สร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น • ฉลองปีมังกร แจกอั่งเปาเสริมดวง • แจกของขวัญพิเศษจำนวนจำกัด • ต้องกดรับสิทธิ์ภายใน 24 ชั่วโมง ยิ่งเร่งเวลา เหยื่อยิ่งขาดสติ   สัญญาณเตือนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ • ลิงก์เว็บไซต์สะกดแปลกๆ ไม่ใช่โดเมนทางการ • ขอข้อมูลลับ เช่น รหัส OTP หรือรหัสผ่าน • ใช้ถ้อยคำเร่งรีบ “ด่วนที่สุด” “สิทธิ์ใกล้หมด” • ไม่มีประกาศบนเว็บไซต์หลักของหน่วยงานนั้นจริง โปรดจำไว้ว่า หน่วยงานรัฐและธนาคารจะไม่ขอรหัส OTP ผ่านลิงก์หรือแชตส่วนตัว   ตัวอย่างจริง ใช้ข้อความล่อใจ “คุณคือผู้โชคดีได้รับอั่งเปาฟรี”  ผู้เสียหายรายนี้เป็นผู้หญิง อายุ 55 ปี ได้รับ SMS ระบุว่าเป็นกิจกรรมพิเศษฉลองตรุษจีนจากหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ระบุข้อความว่า “รับอั่งเปา 888 บาท เสริมดวงปีใหม่จีน จำกัด 5,000 สิทธิ์ คลิกด่วน” ด้วยความเชื่อว่าเป็นโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ และเห็นโลโก้หน่วยงานชัดเจน ผู้เสียหายจึงกดลิงก์เข้าไปยังเว็บไซต์ที่หน้าตาคล้ายเว็บราชการ มีตราสัญลักษณ์และภาพผู้บริหารประกอบ  จากนั้นระบบแจ้งว่า “ยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์” และส่งรหัส OTP เข้ามือถือ ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที หลังกรอกรหัส OTP เงินในบัญชีถูกโอนออก 3 ครั้ง รวม 98,000 บาท เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก ผู้เสียหายรีบโทรแจ้ง 1441 ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ AOC ประสานธนาคารระงับบัญชีปลายทาง    วิธีป้องกันตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ 1. อย่ากดลิงก์จากข้อความที่ไม่รู้จัก 2. ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการโดยตรง 3. ตั้งค่าความปลอดภัยสองชั้นในแอปธนาคาร 4. หากสงสัย โทรสอบถาม Call Center ของหน่วยงานนั้นทันที 5. แจ้งความออนไลน์ผ่าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสายด่วน AOC 1441 (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ตลอด 24 ชั่วโมง   รับอั่งเปาอย่างมีสติและไม่ประมาท ตรุษจีนควรเป็นเทศกาลแห่งความสุข ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของหนี้สินและความเครียด ก่อนจะกดลิงก์ใดๆ ให้ตั้งสติและตรวจสอบทุกครั้ง เพราะ “อั่งเปาออนไลน์” ที่ดูเหมือนเงินฟรี อาจเป็นกับดักที่ทำให้หมดตัว   ตรุษจีนนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ขอให้ทุกคนโชคดี มีสติ และปลอดภัยจากมิจฉาชีพทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่หากเกิดเหตุ อย่ารอช้า โทร 1441 ทันที เพื่อหยุดเส้นทางเงิน ก่อนจะสายเกินแก้   ---------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,553 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 16,694 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 16,689 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 39 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 7 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ท้องผูกทำให้ปวดหลังได้ เพราะแรงเบ่ง แรงดันในช่องท้องสูง อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยนำวัฒนธรรมอาหารของกัมพูชาที่เรียกว่า ตำขอม ไปใช้เรียกเป็น ตำไทย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับทำใบขับขี่เร่งด่วนถูกกฎหมาย ใบอนุญาตรูปแบบใหม่ ผ่านบัญชี TikTok : anwrymjqsqz ผ่านกรมการขนส่งทางบก อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง.ยึดเรือยอชต์เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติมูลค่า 1,125 ล้านบาท เปิดให้ผู้เสียหายส่งเอกสารรับเงินคืนผ่านเพจ ทนายนัท ณัฐพงศ์ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลอนุมัติโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง สถาบันคุ้มครองเงินฝาก มอบสิทธิ์และความคุ้มครองผ่านช่องทางไลน์ อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ไลน์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน Traditional และ Digital Asset ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ MOBILITY ช่วยรักษากระดูกทับเส้น ไม่ต้องผ่าตัด และ ผลิตภัณฑ์ FLEXORIN ช่วยหยุดอาการปวดข้อและปวดเข่าได้ ผลิตโดยรองเจ้าอาวาสวัดป่าสว่างบุญ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ท้องผูกทำให้ปวดหลังได้ เพราะแรงเบ่ง แรงดันในช่องท้องสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเวลาท้องผูก คนมักต้องเบ่งแรงและนาน ทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น (Valsalva maneuver) ส่งผลให้แรงกดและการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังส่วนเอวเพิ่มขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการตึงหรือปวดหลังช่วงล่างได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือทับเส้นประสาทอยู่เดิม ซึ่งแรงดันที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดร้าวหรือชามากขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,517 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,147 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,134 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 10 ข้อความ และช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง แม่นาค คือตำนานพื้นบ้านของเขมร มีชื่อเดิมว่า แม่นาคพระตะบอง อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ทางการใหม่ อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ทุนยากจนพิเศษ กสศ. รอบที่ 3 จะได้รับภายในวันที่ 18 ก.พ. - 9 มี.ค. 69 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ทุกชนิด ผ่านเพจ DLT กรมการขนส่งทางบก รับทำใบขับขี่ทุกชนิด อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ครม. มีมติให้คาร์บอนเครดิต เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายผ่านตลาดทุนไทยได้ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้นำรัสเซียพร้อมหนุนไทย สร้างกำแพงตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันผู้รุกราน อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ลาว เสนอขึ้นทะเบียน “ลาบ” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของโลกต่อยูเนสโก อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง เลือกตั้ง 69 พบบัตรเขย่งกว่า 3 แสนใบ สูงสุดในประวัติศาสตร์ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “แม่นาค คือตำนานพื้นบ้านของเขมร มีชื่อเดิมว่า แม่นาคพระตะบอง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยตรวจค้นข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงทางวิชาการและสื่อวัฒนธรรมที่เชื่อถือได้ ไม่ปรากฏหลักฐานใดที่ยืนยันว่า “แม่นาค” เป็นตำนานพื้นบ้านของกัมพูชา หรือมีชื่อดั้งเดิมว่า “แม่นาคพระตะบอง” ตามที่มีการกล่าวอ้างในสื่อสังคมออนไลน์ โดยตำนาน “แม่นาคพระโขนง” ได้รับการบันทึกและรับรู้ในฐานะคติชนพื้นบ้านของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบริบทเชื่อมโยงกับพื้นที่พระโขนง กรุงเทพมหานคร และปรากฏอยู่ในงานวรรณกรรม ภาพยนตร์ และงานศึกษาด้านคติชนวิทยาของไทยอย่างชัดเจน ขณะที่แหล่งข้อมูลทางวิชาการระดับสากลและเอกสารด้านวัฒนธรรมของกัมพูชาไม่พบการกล่าวถึงตำนานดังกล่าวในชื่อหรือบริบทที่อ้างถึง ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างว่า เรื่องแม่นาคมีต้นกำเนิดจากกัมพูชา จึงไม่ปรากฏหลักฐานรองรับในเชิงประวัติศาสตร์หรือคติชนวิทยาอย่างเป็นรูปธรรม ข้อความดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ขาดการอ้างอิงจากแหล่งวิชาการที่ตรวจสอบได้ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) ณ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ อ.เมือง จ.นครพนม และศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  นายพชร กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ข้อมูลและบริการต่าง ๆ ด้านดิจิทัล รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในส่วนของพื้นที่ จ.นครพนม กระทรวงดีอี โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ให้การสนับสนุนด้านเกษตรอัจฉริยะผ่านการส่งเสริมการใช้งานระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย IoT Smart Farm และโรงเรือนมุ้งกันแมลง ขนาด 6x20 เมตร ในโครงการโรงเพาะหน่อกล้วยบ้านสุขเจริญ ของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) เพื่อยกระดับการปลูกและเพาะหน่อกล้วย แก้ไขปัญหาด้านโรคพืช แมลง และสภาพอากาศที่แปรปรวน เพื่อให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติได้รับการพัฒนาโดย บริษัท น้องหมีใหญ่ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Provider) ที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) จาก ดีป้า สำหรับโครงการ OTOD#2 เป็นโครงการที่มุ่งกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ชุมชนคิดเอง เลือกเอง ใช้เองอย่างเข้าใจ” ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกร ชุมชน และกลุ่มอื่น ๆ ทักษะการบริหารจัดการกระบวนการการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล โดยโครงการมีการประมาณการผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ที่ 500 ล้านบาท จากการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านต่างๆให้ เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ดำเนินการโดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะดิจิทัล เสริมสร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงเป็นจุดให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการของภาครัฐให้นักศึกษา และประชาชน พร้อมทั้งรองรับการใช้งานด้านการอบรมส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชน ด้านภาพรวมของศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนในพื้นที่ 77 จังหวัดทั้งหมด 2,222 ศูนย์ มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 15 ล้านครั้ง “กระทรวงดีอี มุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ และความเชื่อมั่นด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน ทั้งด้านการสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการประกอบอาชีพ การเกษตร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ผ่านการอบรม ให้ความรู้ และสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายพชร กล่าว ---------------------------------------------




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,584 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 25,686 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 25,673 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 12 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กสทช. ยกเลิกใบอนุญาตฯ ช่อง JKN18 และสั่งชำระค่าธรรมเนียมภายใน 60 วัน เยียวยาผู้ใช้บริการ อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง  กรมการจัดหางาน เปิดรับงานฝีมือพับถุงกาแฟทำที่บ้าน รายได้ 500 บาทต่อวัน ผ่านเพจ งานทำมือ อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ว้าแดงรุกพื้นที่ไทย ตั้งฐานทหารในเขตอุทยานฯ จ.แม่ฮ่องสอน อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ให้ทานยาพาราเซตามอลจะช่วยให้หายได้ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดรับคำร้อง สามารถยื่นขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายคดี “นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi)” ผ่านเพจ ทนาย ป๋อง จตุพร อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เข้าร่วมจองหุ้น SET50 ผ่านเพจ Contact Hua staff directly อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง การค้าผ่านแดนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันยอดรวมทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กสทช. ยกเลิกใบอนุญาตฯ ช่อง JKN18 และสั่งชำระค่าธรรมเนียมภายใน 60 วัน เยียวยาผู้ใช้บริการ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยจากการประชุมของ กสทช. มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกใบอนุญาตของ บริษัท จักรวาล พาณิชย์ โฮลดิ้ง จำกัด ช่องรายการ 18หรือที่ JKN18 ในวันที่ 25 มกราคม 2569 โดยให้มีมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี และนำส่งเข้ากองทุน กทปส. จนถึงวันที่ยกเลิกการประกอบกิจการ ภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,654 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,795 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,790 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 4 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 40 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กทม. ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ฟรี อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง วรรณกรรม สังข์ทอง มีที่มาจากวัฒนธรรมกัมพูชา ไม่ใช่ของไทย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไกรทอง เป็นวรรณคดีของกัมพูชา ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง วัคซีน mRNA มีไวรัส SV40 ปนเปื้อน อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมปลูกข้าวพรีเมียม อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อกับ 16 ธนาคาร เริ่มต้น 50,000 บาท คืน 1,488 บาทนาน 60 เดือน ผ่านบัญชี TikTok : @shyudolg7ik อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ted-set9000 คือชื่อเว็บไซต์ใหม่ของ ก.ล.ต. สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กทม. ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ฟรี” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกรุงเทพมหานคร จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ เรือแท็กซี่ไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในเมือง โดยเปิดให้ทดลองนั่งฟรีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สามารถทดลองใช้บริการได้ทุกวัน ในเวลา 09.00 - 17.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน MUVMI (มูฟมี) โดยเรือ 1 ลำ รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน ครอบคลุมเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม - บางลำพู รวม 14 จุดให้บริการ (ท่าเรือ) มีดังนี้1.หัวลำโพง (MRT) 2.ราชดำเนินนอก 3.นพวงศ์ 4.ยศเส 5.กระทรวงพลังงาน 6.แยกหลานหลวง 7.เทเวศร์ 8.ตลาดเทวราช 9.ประชาธิปไตย 10.ศาลเจ้าพ่อตากสิน 11.นครสวรรค์ 12.หัวลำโพง 13.บ้านพานถม 14.ป้อมพระสุเมรุ เชื่อมต่อการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------

ถ้าพูดถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ก่อนเราจะออกจากบ้าน สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือการล็อกบ้าน เพื่อป้องกันหัวขโมยที่หวังจะเข้ามาขโมยทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน ในโลกออนไลน์ก็สามารถทำได้เหมือนกัน โดยเราสามารถล็อกบ้านในออนไลน์ของเราได้ด้วยการป้องกันข้อมูลส่วนตัว และสินทรัพย์ดิจิทัลของเรา จากการถูกแฮ็ก หลอกลวง หรือถูกละเมิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปรียบเหมือนการใส่กุญแจหลายชั้นให้ชีวิตออนไลน์ วันนี้ AOC 1441 จะพาไปวางกรอบแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล สร้างกำแพงชั้นแรกไม่ให้มิจฉาชีพเจาะประตูหลังบ้านเข้ามาทำร้ายเราได้ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลของเรา มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ หากขาดความระมัดระวัง AOC 1441 แนะ 6 วิธี สร้าง “กุญแจล็อกบ้าน” ในโลกไซเบอร์ ปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัล 1. รหัสผ่านที่แข็งแรง คาดเดายากเลือกรหัสให้ยาว ไม่นำไปใช้ซ้ำหลายที่ มีการผสมตัวอักษรใหญ่-เล็ก มีตัวเลข และมีสัญลักษณ์พิเศษ2. ยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA)เพิ่มให้เข้าถึงการผ่านรหัส 2 ชั้น เพราะต่อให้รู้รหัสผ่าน ก็ยังเข้าไม่ได้ ถ้าไม่มีโค้ดจากมือถือหรืออีเมลเป็นชั้นที่ 23. ระวังระบบฟิชชิ่ง (Phishing)ตั้งสติ ไม่กดลิงก์แปลก ๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน แม้จะเป็นราชการ ไม่กรอกข้อมูลในเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ4. อัปเดตระบบและแอปฯ อย่างสม่ำเสมอเพราะช่องโหว่ที่ผิดพลาดมักถูกอุดในเวอร์ชั่นใหม่ ผ่านการแก้ไขรอยรั่ว การอัปเดตจะช่วยให้ระบบฉลาดขึ้น5. แยกการใช้งานจากโลกที่ทำงาน / โลกส่วนตัวอีเมล, รหัส, อุปกรณ์ ควรแยกกันกับบัญชีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัดการใช้ร่วม เพื่อลดโอกาสหลุดรอด6. รู้เท่าทันข้อมูลที่เราแชร์ อย่าเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะสิ่งเล็ก ๆ อย่างวันเกิด เบอร์โทร หรือที่อยู่ ไม่ควรเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ เพราะโดยปกติ คนเราจะนิยมสร้างรหัสจากข้อมูลที่จำได้ง่าย และเมื่อมิจฉาชีพเห็นอาจกลายเป็น “กุญแจ” ให้สามารถคาดเดาได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ทำไมการล็อกไซเบอร์ถึงสำคัญมาก • เราใช้ชีวิตบนออนไลน์แทบตลอดเวลา• ตัวตนในดิจิทัล ก็คือตัวตนจริง• ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของชีวิต ความปลอดภัยที่ดี ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “สติ” ของผู้ใช้อีกหนึ่งวิธีเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของเรา “การยินยอม” หรือ “ไม่ยินยอม” ให้แอปพลิเคชันใหม่หรือแพลตฟอร์ตติดตามเราในเวลาใช้งาน สามารถช่วยให้ข้อมูลเราลดความเสี่ยงจะรั่วไหลได้มาก ในปัจจุบันที่ไม่ว่าจะไปทางไหน ผู้ให้บริการก็ต่างที่จะต้องการจะได้รับข้อมูลจากลูกค้า เพื่อการขายที่พุ่งตรงไปที่กลุ่มเป้าหมายได้ตรงและคมขึ้น มีสติขึ้นอีกสักนิด ก่อนจะกดยินยอมให้ใคร เข้ามาในโลกออนไลน์ของเรา พิจารณาข้อกำหนดให้ถี่ถ้วนก่อนกด "ยินยอม" หลังจากเราทำการติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่หรือมีการแจ้งเตือนเพื่อขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการกด "ยอมรับทั้งหมด" (Accept All) โดยไม่อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน ควรตรวจสอบตัวเลือก "การตั้งค่าเพิ่มเติม" หรือ "Manage Options" และยกเลิกการเลือกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตลาด (Marketing) หรือการโฆษณา (Advertising) โดยอนุญาตเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเพียงพอต่อการใช้งานระบบเท่านั้น ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแต่ละแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอเราควรเข้าไปตรวจสอบเมนูการตั้งค่าในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Facebook, TikTok, หรือ Google, โดยเฉพาะในส่วนของ "โฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล" (Personalized Ads) หรือ "กิจกรรมภายนอกเฟซบุ๊ก" (Off-Facebook Activity) หากฟังก์ชันดังกล่าวเปิดใช้งานอยู่ ควรดำเนินการ "ปิด" เพื่อระงับการติดตามพฤติกรรมการใช้งานและการนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ประเมินความจำเป็นและความคุ้มค่าในการให้ข้อมูล หากพบแอปพลิเคชันที่มีเงื่อนไขบังคับให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกินความจำเป็น เช่น การขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือคลังรูปภาพโดยไม่มีเหตุผลอันควร และไม่สามารถปฏิเสธได้ ผู้ใช้งานควรพิจารณาถึงความเสี่ยง และนำไปเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ หากเห็นว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือลบแอปพลิเคชันดังกล่าว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในยุคดิจิทัล ผู้ใช้งานจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิทธิและการตั้งค่าต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้โดยมิชอบ เปรียบเหมือนการล็อกประตูไม่ให้โจรผู้ร้ายเข้ามาเคาะประตูหน้าบ้านเรานั่นเอง ------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,559 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,485 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,475 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 15 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง  ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การกวาดมูลนกแห้ง ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสปอร์เชื้อรา ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและสมอง   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น GI ของ จ.ยะลา   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 ก.พ. 69   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เว็บไซต์ไทยลอตเตอรี่ ยังดำเนินกิจการ และจดทะเบียนรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก งานชัวร์ จัดให้ รับสมัครคนพับถุงกระดาษเกาลัด รับรองจากกรมจัดหางาน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนคนละครึ่ง รับเงินสดสัปดาห์ละ 1,000 บาท หมดเขต 6 มี.ค. 69   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ก.พาณิชย์ ปรับยุทธศาสตร์การค้า ยกระดับสินค้าไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การกวาดมูลนกแห้ง ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสปอร์เชื้อรา ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและสมอง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากการกวาดมูลนกแห้ง “มีความเสี่ยงจริง” เพราะอาจทำให้สปอร์เชื้อรา Cryptococcus neoformans ฟุ้งกระจายในอากาศ และหากสูดดมเข้าไปอาจติดเชื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังนั้นวิธีลดความเสี่ยงคือ สวมถุงมือและหน้ากาก ราดน้ำให้เปียกก่อนทำความสะอาดเพื่อลดฝุ่น และควรให้ผู้ที่สุขภาพแข็งแรงเป็นผู้ดำเนินการ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมมอบรางวัลในกิจกรรมแข่งขันสร้างความตระหนักรู้ด้านคดีภัยออนไลน์ (รอบชิงชนะเลิศ) Cyber Guardians & Digital Art Challenge (ครั้งที่ ๒) University ณ ห้อง Magic 3 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยี รู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ เสริมสร้างเกราะป้องกันการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นอกจากนี้เป็นการสนับสนุนให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต เพื่อสามารถนำความรู้ไปใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาโอกาส ในอาชีพการงานของตนเองได้

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ร่วมหารือแนวทางการใช้งานระบบบริหารจัดการสำนักงาน e-Office ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC พร้อมแนะนำการใช้งานระบบดังกล่าว ณ ห้องประชุมสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ชั้น 9 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.