Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา








การแบ่งส่วนราชการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พศ. 2559 (เพื่อจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) หมวด 8/1 มาตรา 21/2

โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กิจกรรมที่ ๑ การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ (โครงการเน็ตประชารัฐ)” ความเป็นมา      นโยบายรัฐบาลและการดำเนินงานโครงการเน็ตประชารัฐ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของประเทศไทย และได้มีการแต่งตั้ง “คณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เป้าหมายภายใต้การดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” ซึ่งประกอบด้วยผู้แทน ดศ. และ กสทช. ซึ่งได้กำหนดหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) และเป็นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๔๐,๔๓๒ หมู่บ้าน และเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุม ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้าน โดยใช้เงินงบประมาณปี ๒๕๕๙ และขอความร่วมมือให้ กสทช. ดำเนินการในหมู่บ้านส่วนที่เหลือเพิ่มเติมอีกจำนวน ๑๕,๗๓๒ หมู่บ้าน และพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน โดยใช้งบประมาณ USO ซึ่งได้แบ่งพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย ดังนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ มอบหมายให้ ดศ. ดำเนินการจัดให้มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Optical Distribution Network: ODN) ไปยังหมู่บ้านเป้าหมายที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ซึ่งไม่ศักยภาพในเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จำนวน ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้านเป้าหมาย พร้อมทั้งจัดให้มีจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายสาธารณะประจำหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ จุด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้บริการที่ระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า ๓๐ Mbps/๑๐ Mbps (Download/Upload) และเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้ปรับเพิ่มเป็น 100/50 Mbps (Download/Upload) การติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านพิจารณาความเหมาะสม เข้าถึงง่าย และเดินทางสะดวก เช่น ศาลาประชาคมหมู่บ้าน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน (โดยไม่มีการก่อสร้างอาคาร/ศูนย์ให้บริการอินเทอร์เน็ต)   โดยในการออกแบบและติดตั้งโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงจะต้องมีลักษณะทางกายภาพเป็นโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการอื่นได้โดยสะดวก โดยดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๐           การส่งเสริมการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ    ภาพรวมการดำเนินงาน การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ (โครงการเน็ตประชารัฐ) ดศ. ได้วางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญา Fiber Opticให้ครอบคลุมหมู่บ้าน จำนวน 24,700 หมู่บ้าน จากหมู่บ้านทั้งหมด 74,987 หมู่บ้าน ทั้งนี้ มีอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว 30,653 หมู่บ้าน และ กสทช. จะดำเนินการอีก 19,652 หมู่บ้าน โดยในโครงการของ ดศ. (24,700 หมู่บ้าน) ได้จัดให้มีจุดให้บริการ Free WI-FI หมู่บ้านละ 1 จุด ที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 30/10 Mbps ที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อธันวาคม 2560 มีผู้ลงทะเบียนใช้บริการ Wi-Fi ใหม่ประมาณเดือนละ 1-3 แสนราย การดำเนินการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 1,671 แห่งแบ่งเป็นโรงเรียน จำนวน 1,187 แห่ง และสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 484 แห่ง สถานะการดำเนินการ การดำเนินการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ (เน็ตประชารัฐ) จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ที่ห่างไกลและยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึง แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ดำเนินการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ โดยพัฒนาวิทยากรแกนนำ จำนวน 1,033 คน เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 และวิทยากรแกนนำได้ไปสร้างการรับรู้และถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐให้แก่กลุ่มผู้นำชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 99,413 คน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 รวมทั้งหมดมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100,446 คน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการอบรมการใช้งานเน็ตประชารัฐให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐไปสู่ประชาชนใน 24,700 หมู่บ้านที่มีการติดตั้งเน็ตประชารัฐ เรียบร้อยแล้วหมู่บ้านละ 1 ครั้ง เป้าหมายหมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 50 คน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 1,224,623 คน และได้วางกลไกการพัฒนาในระดับหมู่บ้านด้วยการสร้าง “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” จำนวน 24,700 คน พัฒนาแอปพลิเคชัน “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” เครื่องมือสำหรับการทำงานของเน็ตอาสาประชารัฐ และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสำหรับประชาชนทั่วไป กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปรับปรุงประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตในโครงการเน็ตประชารัฐ โดยการปรับความเร็วอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ให้บริการในโครงการเน็ตประชารัฐ จำนวน 24,700 จุด จากเดิม 30/10 Mbps (Download/Upload) เป็นความเร็ว 100/50 Mbps (Download/Upload) โครงการเน็ตประชารัฐได้รับเข้าร่วมประกวด WSIS Prize 2019 จัดโดย ITU (องค์กรของ United Nations) และได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Infrastructure)  จากจำนวน 284 โครงการทั่วโลกที่เข้าประกวด  การเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐ (OpenAccessNetwork) โครงข่ายเน็ตประชารัฐเป็นโครงข่ายที่รัฐบาลลงทุน ซึ่งรัฐบาลเปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. เชื่อมต่อโครงข่ายไปให้บริการแก่ครัวเรือน โดยทำข้อตกลงกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกระทรวงฯ ไม่คิดค่าใช้โครงข่ายฯ ทั้งนี้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Switch ของโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ตามภาพในหน้าถัดไป โดยผู้ขอใช้ Open Access Network เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ในจุด A (เป็นจุดเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตกับผู้ให้บริการรายอื่น) และ จุด B (เป็นการเชื่อม Drop Optic จาก SDP ของเน็ตประชารัฐไปยังบ้านเรือนประชาชน)  การเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเข้าเชื่อมต่อเพื่อไปให้บริการยังบ้านเรือนประชาชน ลดความซ้ำซ้อนในการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ช่วยลดต้นทุนการคิดค่าบริการกับประชาชน ครอบคลุมในพื้นที่เป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน ที่กระทรวงดิจิทัลฯ รับผิดชอบ กระทรวงฯ ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ยื่นข้อเสนอตามที่กระทรวงกำหนดจำนวน 6 ราย เชื่อมต่อโครงข่ายและขณะนี้ได้ลงนามในสัญญาอนุญาตแล้ว 3 ราย ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่มีความสนใจ ยังสามารถยื่นความประสงค์ขอเชื่อมต่อได้ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ขั้นตอนการขอย้ายจุดติดตั้ง                               กระทรวงฯ ได้มีแนวทางการปฏิบัติกรณีขอย้ายจุดบริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซึ่งต้องเป็นความสมัครใจของสมาชิกในหมู่บ้านโดยการประชุมหารือร่วมกัน และให้คณะกรรมการของหมู่บ้านลงนามในหนังสือแสดงความจำนงขอย้ายจุดติดตั้งมายัง ดศ. และขอให้มีเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้               ๒.๑  รายงานการประชุม/ประชาคมหมู่บ้านในการขอย้ายจุดติดตั้งหรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นความต้องการของชาวบ้านโดยรวม พร้อมระบุสาเหตุการขอย้าย              ๒.๒  ภาพถ่ายจุดติดตั้งเดิม               ๒.๓  ภาพถ่ายสถานที่ที่ต้องการติดตั้งใหม่             ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะเป็นผู้พิจารณา และแจ้งให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการย้ายจุดติดตั้งต่อไป การขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ดศ. ได้มอบหมายให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งปรับปรุงโครงข่ายที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)  ไปยังโรงเรียน และโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และขยายความจุอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ให้กับโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (Tele-Medicine)จำนวนทั้งสิ้น ๑,๖๗๑ แห่ง (ร.ร. ๑,๑๘๗ แห่ง และรพ. ๔๘๔ แห่ง) โดยจะไม่ดำเนินการทับซ้อนกับพื้นที่ที่สำนักงาน กสทช. รับผิดชอบอยู่ ข้อมูล ณ พฤษภาคม ๒๕๖๔ --------------------------------------------------- ติดต่อเพิ่มเติมโครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (โครงการเน็ตประชารัฐ)โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)Call center 1111 กด 88 หรือ โทร 02 159 9550 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน       

กระทรวงดิจิทัลฯ ขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลเพื่อใช้ในโรงเรียน ตชด.-รพ.สต.อย่างเท่าเทียมทั่วถึง               ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหาร บมจ. ทีโอที และทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ณ โรงเรียน ตชด. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พื้นที่ห่างไกล จ.เชียงราย เมื่อวันก่อน ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ มอบหมายให้ ทีโอที เป็นผู้ดำเนินงานโครงการฯ โดยขยายและปรับปรุงโครงข่ายเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีการเข้าถึงในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เยี่ยมชมการใช้งานจริงของนักเรียนและครู โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล และประถมศึกษา นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ กับ อาขะ ฐานะยากจน อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดย 20% หรือราว 20 คน เป็นนักเรียนที่กินนอนในโรงเรียน เนื่องจากพ่อแม่ที่เป็นชาวเขาเร่ร่อนทำมาหากิน โดยทีโอที ลากสายใยแก้วนำแสงมาถึงโรงเรียนแล้ว ให้บริการด้วยความเร็ว 100 Mbps และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในครั้งนี้ พบว่าทั้งนักเรียน ครู ตชด. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความพึงพอใจที่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วดี ๆ ในการเรียนรู้ และปฏิบัติงาน  ***********************

Web Accessibility (การพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้)  หมายถึง กลุ่มคนทุกกลุ่มที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพความเป็นอยู่ สภาพร่างกาย จิตใจ ผู้พิการหรือทุพลภาพ ผู้สูงอายุ จะต้องครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ให้สามารถเข้าถึงข้อมูล สามารถรับรู้ เข้าใจ สั่งงาน หรือมีความต้องการใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น อาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันไป ตามวิธีการใช้งานของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ เช่น ผู้พิการทางสายตา จะใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader) หรือ โปรแกรมอ่านออกเสียงบนหน้าจอ (Voice Browser) โปรแกรมขยายหน้าจอ (Magnifier Program) เพื่อให้สามารถอ่านได้ชัดเจนง่ายขึ้น หรืออุปกรณ์พกพา สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป   โปรแกรมอ่านออกเสียงบนหน้าจอ JAWS for Windows (สำหรับ Windows เป็นโปรแกรมของต่างประเทศ)  สามารถทดลองใช้ โดยดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ได้ที่นี่ (ใช้ได้ 40 นาที) และเพื่อให้อ่านส่วนของภาษาไทยได้ จะต้องใช้โปรแกรมอ่านออกเสียงบนหน้าจอเป็นเสียงภาษาไทย (Thai text to Speech) ชื่อโปรแกรมตาทิพย์ (PPA Tatip) สามารถติดต่อได้ที่เว็บ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย โดยที่โปรแกรม PPA Tatip จะต้องติดตั้งโปรแกรม Microsoft text to speech version 5.1 สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่นี่ เพื่อทำการประสานการทำงานระหว่างโปรแกรม PPA Tatip กับ โปรแกรมอ่านจอภาพ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ https://support.freedomscientific.com/Downloads/JAWS http://tabgroup.tab.or.th/node/43 https://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=10121   Access key  เป็นการกำหนดคีย์ลัดให้กับลิงก์ที่จะเข้าถึง นั้นหมายถึง ให้สามารถเข้าถึงเมนู หรือลิงก์ที่จำเป็นต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วกลุ่มผู้พิการทางสายตา จะใช้โปรแกรมอ่านออกเสียงบนหน้าจอ (Screen Reader) ในการเข้าถึงข้อมูล คุณสามารถท่องเว็บไซต์ http://www.mdes.go.th โดย ใช้ Access keys ข้ามไปยังเนื้อหา ส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ ข้ามไปยังส่วนที่ต้องการเข้าถึง โดยไม่ต้องเลื่อนเมาส์ ใช้แป้นคีย์บอร์ดเป็นหลัก ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นตัวเลข สำหรับเมนูและเนื้อหาทั่วไปที่เข้าบ่อย ๆ และ ส่วนที่เป็นตัวอักษร a-z สำหรับเมนูหลักของเว็บไซต์ The Access Key เลข 0 คือ ไปยังตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์ เลข 1 คือ ไปยังแผนผังเว็บไซต์ Sitemap ตัวอักษร h คือ เมนูหน้าแรก  ตัวอักษร m คือ เมนูภารกิจกระทรวง ตัวอักษร a คือ เมนูรู้จักกระทรวง ตัวอักษร l คือ เมนูกฎหมาย ตัวอักษร n คือ เมนูข่าวประชาสัมพันธ์ ตัวอักษร c คือ เมนูติดต่อเรา   Browsers for Windows Internet Explorer 5.0 and higher กด ALT + the access key, แล้วกดปุ่ม Enter.   Mozilla Firefox กด ALT + SHIFT + the access key.   Google Chrome กด ALT + the access key.   Netscape Navigator Netscape 4.x ไม่รองรับ Access keys    Netscape 6 and higher กด ALT + the access key.   Opera กด Shift + Esc to toggle into Access Key mode, then กด the access key. Shift + Esc must be กดed each time you want to use an access key.   IBM Home Page Reader กด ALT + the access key, then Enter.   Other Browsers กด ALT + the access key.





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.