Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ดีอี จับมือ ตร.- ป.ป.ส. MOU ร่วมยกระดับปราบยาเสพติดออนไลน์ เตือนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เสี่ยงโทษหนัก

ดีอี จับมือ ตร.- ป.ป.ส. MOU ร่วมยกระดับปราบยาเสพติดออนไลน์ เตือนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เสี่ยงโทษหนัก

ดีอี จับมือ ตร.- ป.ป.ส. MOU ร่วมยกระดับปราบยาเสพติดออนไลน์ เตือนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เสี่ยงโทษหนัก

 
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พลตำรวจโท อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการปราบปรามการซื้อขายยาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่าง ดีอี ตร. และ ป.ป.ส. โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
 
ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการยกระดับการประสานงานร่วมกัน ระหว่าง กระทรวงดีอี ตร. และ ป.ป.ส. เพื่อสร้างระบบในการตรวจสอบการซื้อขายยาเสพติดผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมของการสื่อสารในสังคม ที่เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น
 
ทั้งนี้กระทรวงดีอี มีหน้าที่สนับสนุน และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการนำเข้าข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์  โดยทำการเชื่อมโยง ตรวจสอบข้อมูล ด้วยเครื่องมือและบุคลคากรของกระทรวงฯ ที่ปัจจุบันมีการดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังด้านอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มเติมเรื่องของขบวนการซื้อขายยาเสพติดผ่านทางออนไลน์ ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเหลือในการวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลก่อนส่งต่อให้กับ ตร. และ ป.ป.ส. ดำเนินการขยายผลการจับกุมต่อไป 
 
พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ยังทำหน้าที่ดำเนินการปิดกั้นบัญชีในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ตามข้อมูลที่ได้รับการประสานงานจาก ตร. และ ป.ป.ส.
 
“วันนี้สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง นอกจากการใช้แพลตฟอร์มในการซื้อขายยาเสพติดแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญคือ การรับส่งสินค้า ซึ่งมีการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่เชื่อมโยงระหว่างคนส่งและคนรับ โดยที่บริษัทขนส่งเป็นเพียงผู้ให้บริการจัดระบบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎเกณฑ์เพิ่มเติมในการควบคุมแพลตฟอร์มให้มีส่วนเฝ้าระวังเรื่องดังกล่าว” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว 
 
ด้าน พลตำรวจโท อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันในการเร่งรัดบังคับใช้กฎหมายปราบปรามอย่างเข้มข้น ซึ่ง ตร. ได้มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการด้านการเฝ้าระวังและปราบปรามการซื้อขายยาเสพติดออนไลน์ 
 
สำหรับปัจจุบันพบว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากที่มีการปราบปรามอย่างรุนแรง ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น โดย บก.ปอท.ได้จำลองรูปแบบการซื้อขาย พบว่า มีการซื้อขายยาเสพติดในขั้นแรก ก่อนขยายเป็นการหลอกลวงการซื้อขายในครั้งที่ 2-3 ซึ่งกลายเป็นการก่ออาชญากรรมออนไลน์ที่ทับซ้อนกัน
 
ขณะที่ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ป.ป.ส.ได้ดำเนินการเร่งรัดปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดน โดยพบว่าขบวนการค้ายาเสพติด ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายด้วยการใช้โดรนในการขนส่งข้ามแนวชายแดน หรือการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ และใช้ระบบบริการจัดส่งสินค้า จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับพัสดุภัณฑ์ที่ต้องสงสัย ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดได้ 
 
อย่างไรก็ตามหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่โทรสายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชม. โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฯ ดังกล่าว จะมีความผิดตามกฎหมาย ดังนี้
- การส่งยาเสพติดให้ผู้ซื้อในประเทศ มีความผิดฐานจำหน่าย มีโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 1,000,000 – 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต
- การส่งยาเสพติดไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศ มีความผิดฐานส่งออก
- ผู้รับยาเสพติด มีความผิดฐานครอบครอง
- การส่งสิ่งผิดกฎหมายทางไปรษณีย์ (สำหรับผู้ประกอบการ) หากตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง มีโทษปรับ ตั้งแต่ 10,000 - 50,000 บาท นอกจากนี้ยังถูกเพิกถอนใบอนุญาตชั่วคราว 30 วัน ในเบื้องต้น
สามแปดถ้วนพอไหว

#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
--------------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.