เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของท่านได้ โดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า  
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว

คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)

เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการ ใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการใน สาระสำคัญของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วย ให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม MDES ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ...
  • ...
  • ...
ดีอีเอส จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ประสานงานการตรวจสอบข่าวปลอม


              ดีอีเอส จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเครือข่ายผู้ประสานงานการตรวจสอบข่าวปลอมทุกภาคส่วน เผยสาเหตุหลัก 2 ข้อของการแพร่กระจายข่าวปลอม คือ 1.เจตนาสร้างความแตกแยกในสังคม/เพื่อผลประโยชน์ และ 2.รู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "การใช้งานระบบสำหรับผู้ประสานงานการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน และวิธีการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม" ภายใต้โครงการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ซึ่งกระทรวงฯ จัดขึ้นวันนี้ (17 ก.ย.) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประสานงานเครือข่าย กลุ่มนิติกร สื่อมวลชน ตลอดจนเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจในกระบวนการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม บทบาท ขั้นตอนของผู้ประสานศูนย์ฯ ให้สามารถตรวจสอบและการแจ้งกลับมาผ่านศูนย์ฯ ตลอดจนการเผยแพร่ข่าวที่ถูกต้องตรวจสอบแล้วได้ 

 

              ทั้งนี้ ปัจจุบันการพิจารณาคะแนนผลการประเมินการตรวจข่าวปลอม (Anti Fake News) สำหรับผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการทั้ง 151 ส่วนราชการ ยังเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคะแนนประเมินจะพิจารณาจากการให้ความร่วมมือกับศูนย์ฯ เพื่อให้ขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องและจัดการแก้ไขข่าวปลอมเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด โดยมีการรายงานกลับไปยังศูนย์ฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด (2 ชั่วโมง) หลังจากที่ได้รับแจ้งผ่านทางอีเมล์

 

              ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 63 พิจารณาเห็นว่าปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ  ที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน รวมทั้งในบางกรณีกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติด้วย ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นของศูนย์ฯ บรรลุผลและสามารถดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดได้ ครม. จึงมีมติกำชับให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือแก่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม” นายพุทธิพงษ์กล่าว

 

                โดยให้ทุกส่วนราขการ/หน่วยงานของรัฐ แต่งตั้งผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเป็นผู้เสียหายหรือเป็นเจ้าของข้อมูลที่มีการนำไปบิดเบือนเป็นข่าวปลอม และเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ตดังกล่าวข้างต้น

 

                ด้านภาพรวมการประเมินการตรวจสอบข่าวปลอม จากผลการปฏิบัติงานของ 151 ส่วนราชการ (1 เม.ย – 15 ส.ค. 63) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเพื่อทำความเข้าใจและเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความมั่นคงและความไว้วางใจ ต่อการปฏิบัติราชการของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางในการตรวจสอบข่าวปลอม ที่ได้รับการ/พิสูจน์ยืนยันโดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีประเด็นข่าวที่ต้องได้รับการตรวจสอบทั้งสิ้น 773 ประเด็น โดยมีหน่วยงานที่มีการชี้ให้ตรวจสอบ มีทั้งหมด 74 หน่วยงาน ส่วนอีก 77 หน่วยงาน ยังไม่มีประเด็นชี้ให้ตรวจสอบ

 

                นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี โดยมี 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1.ผู้ส่งข่าวสาร “มีเจตนา” หวังผลให้เกิดความแตกแยกในสังคมหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน 2.ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดวิจารณญาณ ในการตรวจสอบกลั่นกรองก่อนส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น

 

                ทั้งนี้ ปัจจุบันการกระทำผิดในการใช้สื่อสังคมออนไลน์/อินเทอร์เน็ต เผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสมซึ่งแนวโน้มการเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลอันเป็นเท็จ การตัดต่อข้อมูล เนื้อหา การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากข้อเท็จจริง เพื่อสร้างผลกระทบในทางลบต่อสังคมและประชาชนโดยรวม ศูนย์ฯ เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และได้เน้นย้ำถึงกระบวนการทำงานที่กระชับรวดเร็ว

 

              ขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องและจัดการแก้ไขข่าวปลอมจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด โดยจะมีทีมงานในฝ่ายต่างๆ ประกอบด้วย ฝ่ายติดตาม และคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ฝ่ายตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม ฝ่ายดำเนินขั้นตอนการตอบโต้ข่าวสารปลอม และเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง ตลอดจนฝ่ายประสานงานตรวจสอบข้อมูลและจัดทำข้อมูลที่ถูกต้อง” นายภุชพงค์กล่าว

 

               โดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในวันนี้ (17 ก.ย. 63) เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในกระบวนการปฏิบัติงานร่วมกัน และบทบาทของผู้ประสานงานศูนย์ฯ ตลอดจนการเผยแพร่ข่าวที่ถูกต้อง และมีการฝึกปฏิบัติในการจัดการข่าวปลอม พร้อมทั้งวิธีการประสาน ตรวจสอบ และการแจ้งผ่านเครื่องมือของศูนย์ฯ บูรณาการการทำงานร่วมกันให้ได้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

 

***************



icon-phone 02-141-6747 (ในวันและเวลาราชการ)
icon-email   Contact email.
icon-email   Contact email.
icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

120 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

ติดตามข่าวสาร


facebook
instagram
twitter
youtube
rss