นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,240 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,388 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,385 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา 5 เดือน
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง คนละครึ่งพลัส รัฐให้วันละ 33 บาท ประชาชนเติมเอง 22 บาท รวม 55 บาทต่อวัน
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ทุกชนิด จองคิวอบรมและสอบ ครบจบในที่เดียว ผ่านเพจ หทัยรัตน์
อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ฝรั่งเศสเปิดหลักฐานใหม่ ศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหารผิดพลาด อาจต้องคืนให้ไทย
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ทหารส่งคืนที่ดิน 146 ไร่ แต่กลับเจอระเบิดที่กัมพูชาซุกซ่อนไว้เต็มพื้นที่
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ประกาศใช้กฎอัยการศึก เนื่องจากมีภัยคุกคามจากกัมพูชา
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชารุกเงียบ ขยับฐานทัพประชิดปราสาทตาเมือนธมไม่ถึง 20 เมตร
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ปิดการท่องเที่ยวบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา 5 เดือน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ เพจทางการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และเพจทางการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักค้างแรมซึ่งเป็นไปตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม จนถึง 15 ตุลาคม 2569 รวมเป็นระยะเวลา 5 เดือน ซึ่งสาเหตุในการปิดอุทยานดังกล่าว นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมของทะเลฝั่งอันดามันแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูกาลถัดไป
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
-----------------------------------------------------------------------