รู้ทันทุนปลอม ! มิจฉาชีพอ้างแจ้งสิทธิ ให้ “ทุนการศึกษา” หลอกโอนเงิน สูญเงินไม่รู้ตัว ดับฝันเรียนต่อต่างประเทศ
รู้ทันทุนปลอม ! มิจฉาชีพอ้างแจ้งสิทธิ ให้ “ทุนการศึกษา” หลอกโอนเงิน สูญเงินไม่รู้ตัว ดับฝันเรียนต่อต่างประเทศ
ในช่วงที่นักเรียนและนักศึกษาหลายคนกำลังเดินหน้าเตรียมสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจหรือใฝ่ฝันไว้ กลับกลายเป็นจังหวะที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางหลอกลวง โดยนำ “ทุนการศึกษา” และ “ทุนเรียนต่อต่างประเทศ” มาแอบอ้าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกให้เหยื่อโอนเงินล่วงหน้า จนมีผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว แล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าเป็น “ทุนจริง” หรือ “ทุนปลอม” ก่อนความฝันจะกลายเป็นฝันร้าย มาดูวิธีสังเกตและแนวทางป้องกันกันก่อนตกเป็นเหยื่อรายต่อไป กลโกง “ทุนการศึกษา” ที่กำลังระบาดมิจฉาชีพมักพุ่งเป้าไปที่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง โดยใช้วิธีโทรศัพท์ หรือทักผ่าน LINE / โซเชียลมีเดีย พร้อมอ้างว่า• อ้างว่าได้รับสิทธิ โทรมาแจ้งว่าคุณได้รับทุนการศึกษา หรือมีโครงการช่วยเหลือจากรัฐ/เอกชน• สร้างความน่าเชื่อถือ แอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ หรือมูลนิธิที่น่าเชื่อถือ• เรียกเก็บค่าธรรมเนียม จะบอกว่าต้องโอนเงิน "ค่าลงทะเบียน" "ค่าดำเนินการ" หรือ "ค่าประกัน" ก่อนจึงจะรับทุนได้• จุดสังเกตสำคัญ ทุนการศึกษาของจริง จะไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเด็ดขาด ! จากนั้นจะเร่งให้ผู้เสียหายโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็น• ค่าลงทะเบียน• ค่าดำเนินการ• ค่าขอวีซ่า• ค่าเอกสาร• ค่าประกัน หรือเงินสำหรับทำ Statement แอบอ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอีกหนึ่งรูปแบบที่พบมาก คือมิจฉาชีพนำชื่อ ตำแหน่ง และรูปภาพของอาจารย์จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย ไปสร้างโปรไฟล์ปลอมใน LINE หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อหลอกนักศึกษาให้เชื่อว่าเป็นอาจารย์จริงเมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะชักชวนเข้าร่วม “โครงการทุน” หรือ “โครงการดูงานต่างประเทศ” ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว หลอกวิดีโอคอล ข่มขู่เรียกเงินเพิ่มบางกรณีรุนแรงถึงขั้นหลอกนักศึกษาหญิงให้วิดีโอคอลและถอดเสื้อผ้า โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอน “ตรวจรอยสัก” เพื่อพิจารณาทุน ก่อนแอบอัดคลิปไว้ใช้ข่มขู่เรียกเงินเพิ่มในภายหลัง วิธีสังเกตว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ• ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว• เร่งให้ตัดสินใจหรือโอนเงินทันที• ติดต่อผ่านบัญชี LINE หรือโซเชียลมีเดียที่เพิ่งสร้าง• ขอข้อมูลส่วนตัว หรือให้ทำสิ่งไม่เหมาะสมผ่านวิดีโอคอล• ไม่สามารถตรวจสอบโครงการกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานได้ วิธีป้องกันและรับมือหากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก หรือเผลอโอนเงินไปแล้ว ควรรีบดำเนินการดังนี้1. หยุดโอนเงินทันที ไม่ว่ามิจฉาชีพจะขู่หรืออ้างเหตุผลใด ห้ามโอนเพิ่มเด็ดขาด2. ติดต่อสายด่วน 1441 แจ้งเหตุไปยังศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและช่วยระงับบัญชีมิจฉาชีพทันที3. แจ้งความออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thaipoliceonline.com เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย จำไว้เสมอ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอเตือนประชาชนว่า หน่วยงานที่ให้ทุนจริง หรือสถาบันที่ถูกกฎหมาย จะไม่ขอให้คุณโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวก่อนรับทุนอย่างแน่นอน
--------------------------