การเผยแพร่ข่าวปลอม หรือ “เฟกนิวส์” ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม สร้างความเข้าใจผิด ตื่นตระหนก หรือวิตกกังวลเป็นวงกว้าง ถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่มิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาเพื่อหวังก่ออาชญากรรม ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Deepfake, Malware, Ransomware ในหลากหลายรูปแบบ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งพบว่าเนื้อหา ข้อมูล และข่าวสารที่ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวางนั้น ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ รวมไปถึงการหลอกลวงออนไลน์อื่นๆมากขึ้น
นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ พร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดกิจกรรม “ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC)” จังหวัดสงขลา ให้กับ บุคลากรภาครัฐ และเครือข่ายภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และอาสาสมัครดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ณ ห้องประชุม Grand Ballroom อาคาร Grand Ballroom Buri Sriphu Hotel อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวนประมาณ 200 คน เพื่อเป็นบุคลากรด่านหน้า ที่ช่วยเหลือสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนเพื่อรับมือข่าวปลอม
อีกทั้ง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ยังเป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร แจ้งเบาะแสและตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวลวงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 26 มีนาคม 2569 ศูนย์ฯ ได้ทำการคัดกรองจำนวนข้อความทั้งหมด 13,736,942 ข้อความ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวพบว่าเป็น (1) ข่าวปลอม จำนวน 408 เรื่อง (2) ข่าวจริง จำนวน 532 เรื่อง (3) ข่าวบิดเบือน จำนวน 142 เรื่อง (4) ข้อมูลไม่เพียงพอ จำนวน 49 เรื่อง
ขณะเดียวกัน ในช่วงสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้ติดตามและคัดกรองข้อความที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ พบข้อมูลที่เข้าข่ายข่าวปลอมจำนวนทั้งสิ้น 150 เรื่อง ซึ่งมีการยืนยันและเผยแพร่ในหมวดภัยพิบัติ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนแล้ว
“การจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการดำเนินการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและภูมิคุ้มกันทางสังคม ซึ่งมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้เพื่อให้ประชาชนและเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รู้เท่าทันและร่วมต่อต้านข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ได้ดำเนินการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อกระจายข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้วให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว อาทิ ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย “เป๋าตัง” /กองทุนสื่อปลอดภัยสร้างสรรค์/รายการชัวร์ก่อนแชร์ รวมทั้งสื่อมวลชนแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ ร่วมกันได้อย่างทันท่วงที” รองปลัดกระทรวงดีอี กล่าว
---------------------------------------------------------------------