นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 18 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,097 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,124 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,107 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 15 ข้อความ และช่องทาง Facebook 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ราชกิจจานุเบกษา ประกาศหลักเกณฑ์ ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลใหม่
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ขายหุ้น OR 1,340 บาท รับปันผล 390 บาทต่อวัน ผ่านเพจ Station Saving OR
อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงพาณิชย์เผย ปุ๋ยเคมีมีปริมาณเพียงพอ ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุน
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง อิหร่านยัน เป็นศัตรูกับไทย จากคำประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือศัตรูผ่าน
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบตู้คอนเทนเนอร์ลักลอบนำเข้าขยะ และวัสดุต้องห้ามจากสหรัฐอเมริกาเข้าไทย 300 ตู้
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยเตรียมรับผู้อพยพชาวยิว เนื่องจากระบบป้องกันภัยอิสราเอลใกล้หมด
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง M-Flow ส่ง SMS แจ้งยอดค้างชำระ ให้คลิกลิงก์ชำระด่วน ก่อนถูกฟ้อง
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ราชกิจจานุเบกษา ประกาศหลักเกณฑ์ ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลใหม่” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดเวลาการทำงานของบุคลากรพยาบาลให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ประกาศฉบับใหม่จึงกำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของพยาบาล เช่น
- ให้ผู้บริหารการพยาบาลจัดตารางการทำงาน โดยกำหนดชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง
- ชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยรวมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและการปฏิบัติงานจากการถูกเรียกตัว (On Call)
- กำหนดให้มีระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
- หลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรที่ทำให้กลับมาปฏิบัติงานเร็วเกินไป (Quick return) และลดความเสี่ยงจากการทำงานต่อเนื่องยาวนาน
นอกจากนี้ สถานพยาบาลยังต้องจัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของพยาบาล เช่น การจัดช่วงเวลาพักระหว่างเวร การฟื้นฟูหลังการทำงานหนัก รวมถึงการจัดพื้นที่พักสำหรับการพักผ่อนระหว่างเวร โดยเฉพาะในเวรกลางคืน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
------------------------------------------------------------------